SET Outlook
ดัชนีฯ มีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อทดสอบแนวต้านถัดไป หลังทะลุ 1450 จุดขึ้นมาได้ แต่ความผันผวนน่าจะยังคงสูง แรงหนุนสำคัญมาจากเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่ไหลกลับเข้ามาซื้อหุ้นไทยอย่างโดดเด่น สวนทางตลาดภูมิภาคที่ส่วนใหญ่ปิดทำการหรือปรับตัวลงในช่วงเทศกาลตรุษจีน ประกอบกับความชัดเจนทางการเมืองที่เริ่มเห็นภาพการจัดตั้งรัฐบาลชัดเจนขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัจจัยต่างประเทศยังมีความเสี่ยงจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางและสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่รุนแรงขึ้น รวมถึงราคาทองคำและสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวลง อาจกดดันหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องได้
ปัจจัยในประเทศ
• การเมืองอยู่ในช่วงเจรจารวมเสียงพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งนำโดยพรรคภูมิใจไทยที่ขณะนี้รวมเสียงได้แล้วกว่าเกือบ 300 เสียง ล่าสุดพรรคกล้าธรรมเตรียมหารือทิศทางและจุดยืนร่วมรัฐบาล 19 ก.พ.นี้ หากตัดสินใจร่วมจะทำให้รัฐบาลชุดนี้มีคะแนนเสียงเกินกว่า 350 เสียง สะท้อนถึงเสถียรภาพและความต่อเนื่องในการบริหารงาน สำหรับประเด็นการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะหรือไม่นั้น ต้องรอการวินิจฉัยจากผู้ตรวจการแผ่นดินและศาลรัฐธรรมนูญ
• สรุปภาพรวมธนาคารพาณิชย์: ธปท. รายงานระบบธนาคารไทยปี 2568 มีความมั่นคงสูงแต่สินเชื่อหดตัว 1.1% จากความเสี่ยงด้านเครดิตและเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ด้านคุณภาพหนี้ NPL ปรับลดลงเหลือ 2.84% โดยสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ในไตรมาส 3 ปี 2568 ยังทรงตัวอยู่ที่ระดับ 86.8% แม้สินเชื่อจะหดตัว ธปท.ยังคงให้สถานบันการเงินช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มเปราะบางต่อเนื่อง โดยความสามารถชำระหนี้ของ SMEs ยังตึงตัว ปัญหาเชิงโครงสร้างเป็นตัวฉุดรายได้ครัวเรือน ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานปี 68 ได้ปรับลดลงจากปีก่อน จากรายได้ดอกเบี้ยปรับลดลง และสินเชื่อหดตัว
• Fund Flow ไหลเข้า: วานนี้ (17 ก.พ.) นักลงทุนต่างชาติ ซื้อสุทธิ ในตลาดหุ้น 3,297 ล้านบาท, และในตลาดตราสารหนี้ นักลงทุนต่างชาติ ขายสุทธิ 427 ล้านบาท
• ค่าเงินบาท: ปิดตลาดที่ระดับ 31.22/23 บาท/ดอลลาร์ โดยเคลื่อนไหวในทิศทาง อ่อนค่า สอดคล้องกับค่าเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาคและราคาทองคำที่ปรับตัวลดลง สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวในวันพรุ่งนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 31.10 - 31.40 บาท/ดอลลาร์
ปัจจัยต่างประเทศ:
• เจรจานิวเคลียร์สหรัฐ-อิหร่าน: รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ และอิหร่านมีความคืบหน้าไปได้ด้วยดีในการเจรจาที่เจนีวา .... ข่าวนี้ เรามองเป็นบวกต่อตลาด แต่เป็นลบต่อราคาน้ำมัน และสินทรัพย์ ที่มีการเก็งกำไรในเรื่องสงคราม รวมไปทั้งการลงทุนแบบ Thematic Trade จะเป็นลบตามไปด้วย นักลงทุนจะกลับมาถือเงินสดในมือมากขึ้น เพื่อเตรียมลงทุนรอบใหม่
• สงครามรัสเซีย-ยูเครน: การเจรจาไตรภาคีระหว่างสหรัฐ รัสเซีย และยูเครนที่นครเจนีวาได้เสร็จสิ้นลงแล้วในวันนี้ (17 ก.พ.) ก่อนที่ทั้ง 3 ฝ่ายจะเริ่มการเจรจาเป็นวันที่ 2 ในวันพรุ่งนี้ (18 ก.พ.)
• ราคาทองและโลหะร่วง: ราคาทองคำโลกร่วงลงต่ำกว่า 4,900 ดอลลาร์ ท่ามกลางการซื้อขายที่เบาบางในช่วงเทศกาลตรุษจีนของตลาดเอเชีย ประกอบราคาโลหะเงินที่ดิ่งลงอย่างรุนแรง ทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงแตะระดับ31.35 บาท/ดอลลาร์ อย่างไรก็ตามหากปัญกาภูมิรัฐศาสตร์กลับมาดึงตัว ยังคงจะทำให้ราคาทองและโลหะปรับตัวขึ้นต่อได้อีก
• สหรัฐฯ และญี่ปุ่นได้เปิดเผยโครงการเริ่มต้นของกองทุนลงทุนมูลค่า 550 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ พร้อมทั้งเดินหน้าข้อตกลงทางการค้าและเศรษฐกิจในช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิของญี่ปุ่นจะพบกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ
• บอนด์สหรัฐ “อ่อนลงเล็กน้อย” สื่อว่าแรงรีบาวด์ก่อนหน้าเริ่มแผ่ว ขณะที่นักลงทุนประเมินว่าเศรษฐกิจอ่อนตัวมากพอหรือไม่ที่จะรองรับการลดดอกเบี้ย Fed ที่ “ลึกกว่าเดิม”
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
• JN - Exports YoY งวด ม.ค.; (คาดการณ์: 11.35%, ครั้งก่อน: 5.10%)
• US - Housing Starts MoM งวด ธ.ค.; (คาดการณ์: 5.99%, ครั้งก่อน: --)
• US - Building Permits MoM งวด ธ.ค. P; (คาดการณ์: 0.52%, ครั้งก่อน: --)
• US - Manufacturing (SIC) Production งวด ม.ค.; (คาดการณ์: --, ครั้งก่อน: 0.20%)
Strategy
• ดัชนีฯ พลิกกลับมายืนเหนือ 1,450 จุดได้สำเร็จ พร้อมแรงซื้อจากต่างชาติ (Foreign inflow) และปัจจัยการเมืองที่ดูมีเสถียรภาพมากขึ้น กลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำให้ "เก็งกำไร" โดยเน้นหุ้นขนาดใหญ่ (Big Cap) ที่เป็นเป้าหมายของ Fund Flow และหุ้นที่ราคายังขึ้นน้อยกว่าตลาด (Laggard) โดยหุ้นกลุ่มน้ำมัน อาจขายทำกำไรออกไปบ้าง หลังมีความคืบหน้าในทางที่ดี เรื่องเจรจาระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน คืนที่ผ่านมา(17 ก.พ.)
• กลุ่มที่น่าสนใจยังคงเป็น ธนาคาร และ อสังหาริมทรัพย์ ซึ่งราคาหุ้นยัง Laggard และได้รับอานิสงส์จากแนวโน้มเศรษฐกิจที่คาดว่าจะฟื้นตัว รวมถึงคุณภาพสินทรัพย์ที่ปรับตัวดีขึ้นตามรายงานของ ธปท. หุ้นเด่น: KTB, SCB, BBL, SPALI, AP*, SIRI
• หุ้นในพอร์ตแนะนำ: เรานำ TRUE*, ITC, CPALL เข้ามาใหม่ หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย TRUE*(10%), ITC(10%), CPALL(10%), BDMS*(10%), ADVANC*(20%)
Technical : KCE, CBG
News Flash:
( + ) Tourism (Overweight) นักท่องเที่ยวล่าสุด +11% WoW จากจีนทำจุดสูงสุดใหม่
( + ) CENTEL (ซื้อ/เป้า 40.00 บาท) ประกาศลงทุนกับ OR ทำ Budget hotel
Company Update:
( + ) CK (ซื้อ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 23.00 บาท) 4Q25E จะดีกว่าที่เคยคาด ฟื้นตัวสูง YoY แต่ชะลอ QoQ ตามฤดูกาล
( + ) ONEE (ซื้อ/เป้า 3.20 บาท) คาดกำไร 4Q25E ฟื้นตัว YoY จากรายได้ Idol Marketing โตเด่น
( + ) TTB (ถือ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 2.20 บาท) ขยายวงเงินซื้อหุ้นคืนมากกว่าคาด หนุน ROE เพิ่มขึ้นได้ดี