logo
search
flag-th
share-icon

MORNING BELL 25 JUNE 26

SET Outlook
 คาดดัชนีฯ มีแนวโน้มดีขึ้น หลังการ rebound และยืนได้ แรงขายหุ้น Tech ซาลง และงบ Micron ออกมาดีเกินคาด รวมทั้ง Guidance ไตรมาสหน้าก็ดีด้วย .... นักลงทุนสลับกลุ่มเล่นไปหาหุ้นที่ราคาเคยลงไปมากๆ ประเมินทิศทางดัชนีฯ ในวันพรุ่งนี้มีโอกาสแกว่งตัวและฟื้นตัวขึ้นในแดนบวก การประกาศคงอัตราดอกเบี้ยของ กนง. ช่วยลดความไม่แน่นอนในตลาดและสร้างความชัดเจนให้กับกลุ่มธนาคาร ขณะที่ปัจจัยค่าเงินบาทอ่อนค่าและราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวลง จะเป็นแรงหนุนเฉพาะกลุ่มหมุนเวียนเข้ามาค้ำยันตลาด
ปัจจัยในประเทศ
• ทิศทางเงินบาทอ่อนค่า (ปิด 33.42 บาท/ดอลลาร์): อ่อนค่าสุดในรอบกว่า 1 ปีตั้งแต่ พ.ค. 68 เป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มส่งออก (Export) และกลุ่มอาหาร (Food) เช่น HANA*, DELTA*, TU* เนื่องจากรายได้เมื่อแปลงกลับเป็นบาทสูงขึ้นและการส่งออกแข่งขันได้ดีขึ้น แต่จะเป็นลบต่อกลุ่มโรงไฟฟ้าที่มีหนี้ USD และกลุ่มสายการบิน (GULF*, RATCH*, AAV*, BA*)
• ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลง (ต่ำกว่า 75 ดอลลาร์/บาร์เรล): เป็นบวกต่อกลุ่มสายการบิน (AAV*, BA*, THAI*) กลุ่มโลจิสติกส์ และกลุ่มผู้บริโภค เนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงลดลง แต่จะเป็นลบโดยตรงต่อกลุ่มพลังงานต้นน้ำและโรงกลั่น เช่น PTTEP, PTT*, TOP*
• การคงอัตราดอกเบี้ยของ กนง. (ที่ 1.00%): เรามองเป็นกลางต่อกลุ่มธนาคาร โดยประเมินว่าแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาลงได้จบรอบไปแล้ว ซึ่งธนาคารจะยังคงรักษาส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ไว้ได้ แนะนำ KTB, KBANK, BBL เป็น Top pick
• ศาลรัฐธรรมนูญ นัดชี้ขาด พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้วิกฤตพลังงาน ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ 9 ก.ค. นี้
• บิ๊กล็อตตลาดหุ้นไทย: KTC มีการทำรายการซื้อขายบนกระดานใหญ่มูลค่าสูงสุด 292.50 ล้านบาท ราคาเฉลี่ยที่ 32.50 บาท/หุ้น
Fund Flow และตลาดการเงิน:
• ตลาดหุ้น (SET+MAI): มูลค่าการซื้อขายรวม 58,849 ล้านบาท และ ต่างชาติซื้อขายสุทธิ ซื้อสุทธิ 4.26 ล้านบาท
• ตลาดตราสารหนี้: มูลค่าการซื้อขายรวม 75,911 ล้านบาท และ ต่างชาติซื้อขายสุทธิ ขายสุทธิ 6,480 ล้านบาท
• ค่าเงินบาท: ปิด 33.42 บาท/ดอลลาร์
ปัจจัยต่างประเทศ:
• การเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน: ปากีสถานเผย 'สหรัฐ-อิหร่าน' เตรียมกลับมาเจรจาทางเทคนิคกันอีกครั้ง ในวันอังคารที่ 30 มิ.ย. นี้ เดินหน้าหารือแก้ไขข้อพิพาทและความขัดแย้งอย่างสันติ
• ช่องแคบฮอร์มุซเปิดเดินเรือ: โอมานประกาศเปิดเส้นทางเดินเรือชั่วคราวผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
• ราคาน้ำมัน: ราคาน้ำมันเบรนท์ลดลงต่ำกว่า 75 ดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มต้นขึ้น เนื่องจากเรือบรรทุกน้ำมันจำนวนมากข้ามช่องแคบฮอร์มุซอย่างเปิดเผย ขณะที่สหรัฐฯ และอิหร่านส่งสัญญาณความคืบหน้าในการยุติสงคราม
• Micron Technology (NASDAQ: MU) ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำ (Memory Chip) สัญชาติอเมริกัน รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปีบัญชี 2026 (สิ้นสุด พ.ค. 2026) ออกมาอย่างยอดเยี่ยมและเหนือความคาดหมายของวอลล์สตรีทอย่างมหาศาล ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของบริษัททั้งในแง่รายได้และอัตรากำไร ส่งผลให้ราคาหุ้นในตลาดหลังเวลาทำการ (After-hours trading) พุ่งทะยานขึ้นทันที +13.7% แตะระดับ $1,192.52
• คืนนี้สหรัฐฯ จะมีการรายงานตัวเลขสำคัญ คือ PCE สหรัฐฯ: คาดสหรัฐเผยดัชนี PCE +4.0% เดือน พ.ค. ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก +3.8% ในเดือน เม.ย.
• ราคาทองคำปรับลดลง: ราคาทองคำลดลงเข้าใกล้ระดับ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ ถูกกดดันจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของเฟดที่อาจจะอยู่ในระดับสูง
• อินโดนีเซียจ่อเพิ่มโควตาเหมืองนิกเกิล: อินโดนีเซียเตรียมอนุญาตให้เพิ่มโควตาการผลิตเหมืองนิกเกิลเป็น 360 ล้านตันในปีนี้ ซึ่งส่งผลกดดันให้ราคาในตลาดโลกลดลง
• SK Hynix ระดมทุน 29 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ: ด้วยการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของ AI โดย SK Hynix Inc. วางแผนที่จะระดมทุน 45.45 ล้านล้านวอน เพื่อตอบสนองความต้องการชิปหน่วยความจำ บริษัทคาดว่าจะเริ่มซื้อขายในวันที่ 10 กรกฎาคม และตั้งใจที่จะใช้เงินทุนดังกล่าวเพื่อสร้างกำลังการผลิตเพิ่มเติมและซื้อเครื่องจักรสำหรับการพิมพ์หินด้วยรังสีอัลตราไวโอเลตแบบสุดขั้ว (EUV)
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event : (25 Jun 26)
• TH, Car Sales, Surv=--, Prior=48394
• TH, Customs Exports YoY, Surv=12.44%, Prior=23.10%
• US, Building Permits MoM, Surv=--, Prior=-0.70%
• US, PCE Price Index MoM, Surv=0.45%, Prior=0.40%
• US, PCE Price Index YoY, Surv=4.08%, Prior=3.80%
• US, Core PCE Price Index MoM, Surv=0.32%, Prior=0.002
• US, Core PCE Price Index YoY, Surv=3.39%, Prior=3.30%
• US, GDP Annualized QoQ, Surv=1.77%, Prior=1.60%
• US, Initial Jobless Claims, Surv=227.08k, Prior=226k
Strategy
• เรามองว่าการที่หุ้น Tech ทั่วโลกปรับตัวลงในช่วงต้นสัปดาห์ อาจมาจากความกังวลแค่ช่วงสั้นๆ และอาจจบไปแล้วด้วย หลัง Micro รายงานผลประกอบการไปเมื่อคืนที่ผ่านมา ไม่ใช่การแตกของฟองสบู่ เนื่องจาก นักลงทุนไปเห็นสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ย ที่มีการคาดการณ์กัน แต่ถ้าดูผ่านตลาดพันธบัตร จะพบว่า Bond Yield ของสหรัฐฯ ไม่ได้สนใจกับคาดการณ์นั้นเลย และนักลงทุนอาจมีการขายหุ้นก่อนเห็นตัวเลข PCE/GDP ในคืนวันนี้ (25 มิ.ย.) ซึ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อเดือนก่อน
• ตลาดกำลังจะกลับมาอีกครั้ง ช่วง 2 วันที่ผ่านมา ดัชนีฯ ทำ low ไว้ที่ 1536-1538 จุด อาจกลายมาเป็นจุดรับที่สำคัญ เรามองเป็นจังหวะในการทยอยซื้อ โดยรอบนี้  โดยเราเริ่มเห็นหุ้นที่ราคาเคยลงไปมากๆ เริ่มมีชีวิตชีวาที่ดีขึ้น อาทิ THAI*, CBG, OSP, GLOBAL, CPALL เป็นสัญญาณที่ดีของตัวหุ้นเหล่านี้
• พอร์ตหุ้นแนะนำ: เรานำ ADVANC* ออก และนำ  GULF* เข้ามา หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย GULF*(10%), PTTEP(10%), KTB(10%), HMPRO(10%), BDMS*(10%), WHA* (10%), KBANK (10%), CPN (10%)
Technical :  BLA, NTF
 
News Flash:
( + ) CBG (ซื้อ/เป้า 47.00 บาท) โมเมนตัมยอดขาย 2H26E เครื่องดื่มชูกำลังและสุราโตเด่น
( 0 ) Bank (Overweight) กนง. มีมติเอกฉันท์ คงอัตราดอกเบี้ยที่ 1.00% ตามคาด
 
Company Update:
( 0 ) TOP (ซื้อ/เป้า 55.00 บาท) คาด 2Q26E market GRM ที่แข็งแกร่ง; เริ่มปรับสู่ปกติใน 2H26E
( 0 ) ITC (ซื้อ/เป้า 20.00 บาท) 2Q26E โต YoY แต่ชะลอ QoQ จากต้นทุนสูงขึ้น แต่ราคายังขึ้นได้ไม่เต็มที่

กลับสู่ด้านบน

combo-icon
certified

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

DAOL Contact Center 1538 กด 1contactcenter@daol.co.th

DAOL Contact Center Address เลขที่ 87/2 อาคารซีอาร์ซีทาวเวอร์ ชั้นที่ 18 ออลซีซั่นส์เพลส ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

 

  TradingView   Facebook YouTube LINE TikTok

logo

and our member companies

บริษัทหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรีท แมเนจเมนท์บริการสินเชื่อ

©2026 บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สงวนลิขสิทธิ์