SET Outlook
- ดัชนีฯ ยังมีความเสี่ยงขาลง ความเสี่ยงตะวันออกกลาง และกำไร บจ. ชะลอตัว รอจังหวะซื้อเมื่อตลาดเริ่มหยุดลง
- ตลาดหุ้นหลายที่เริ่มมีแรงซื้อกลับหลังถูกขายหนัก จาก Prop ในการลดดอกเบี้ยเดือน มี.ค.ของ Fed เปลี่ยนไป เราประเมิน Flow สัปดาห์นี้ อาจเริ่มซื้อกลับในบางตลาด ตามตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่เดินหน้าทำ new high
- จับตา นายกฯ จีน สั่งทางการให้ดูแลตลาดหุ้น หลังตลาดหุ้น ที่อิงจีน (จีน+ฮ่องกง) ถอยลงค่อนข้างแรง จากเศรษฐกิจยังไม่ฟื้น และยังไม่มาตรการใหม่ การประชุมธนาคารกลาง(PBOC) วานนี้(22) ก็ยังไม่ลดดอกเบี้ย เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ตลาดหุ้นไทยยังไม่ฟื้น
- ตลาดหุ้นไต้หวัน ดีขึ้น เนื่องจากถูกชี้นำโดยหุ้นกลุ่ม Technology ที่ได้อานิสงค์จาก Outlook ของผลกำไรที่ยังขยายตัวสูง
- ตะวันกลาง เรามองว่ายังเป็นความเสี่ยงหลักอีกตัวของตลาด ที่คาดการณ์จุดสิ้นสุดได้ยาก (เหมือน สงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ค่อยๆแรงขึ้น) มีผลให้เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวช้า มีปัญหาต่อ Supply Chain และต้นทุนการผลิต(ขนส่ง) ที่สูงขึ้น มีผลลบต่อหุ้นที่อิง Commodity และหุ้นส่งออก (โดยเฉพาะที่ค้าขายกับตะวันออกกลางและยุโรป) แต่อาจบวกสั้นๆ ต่อหุ้นเดินเรือ (PSL, RCL)
- การรายงานกำไรหุ้นธนาคาร ที่พบว่าตั้งสำรองที่สูงขึ้น สะท้อนว่าไทยยังมีปัญหาเรื่องหนี้เสีย(นอกเหนือไปจาก case ของ ITD) วันนี้ จะต่อด้วยกำไร กลุ่ม SCC คือ SCGP(23) และตัวอื่นๆ ส่วนพรุ่งนี้(24) จะเป็น SCC ที่จะเป็นสัญญาณให้กับหุ้นปิโตรเคมีและ Real Sector
- ตัวเลขเศรษฐกิจ และ Event สำคัญๆ วันนี้ คือ รายงานยอดขายรถยนต์ ประชุม BOJ (คาดคงนโยบายการเงิน แต่ถ้าเปลี่ยน จะเป็นลบต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่น)
Strategy
- ตลาดยังเจอแรงขายที่หนักหน่วง ไม่เพียงแต่กลุ่มธนาคาร ทำให้เราต้องยอม cut loss หุ้นออกไปบ้าง และเลือกหุ้นเพื่อซื้อกลับเข้ามา โดยยึดทั้งหุ้นที่มีกำไรดี (4Q) แต่ราคายังอยู่ในระดับล่างๆ ส่วนการเก็บหุ้นยาว เราแนะให้รอดูว่า ดัชนีฯ จะดีดตัวกลับจุดใด ระหว่าง 1370 หรือ 1360 จุด
- หุ้นกลุ่มโรงพยาบาล เริ่มกลับมาเล่นด้วยประเด็นของกำไรดี BH, BDMS แม้จะเสี่ยงเรื่องตะวันออกกลาง แต่ growth จาก Bloomberg Survey ก็ยังดี คือ 7% และ 18% ตามลำดับ ขณะที่ BCH, CHG ได้ดีจากรายได้ลูกค้ากลุ่มประกันสังคม ที่บวกจากเหมาจ่ายรายหัว ปรับเพิ่มโควต้า และเงินรับจากการรักษา 5 โรคร้ายแรง เราชอบ BDMS และ BCH มากที่ที่สุดในชั่วโมงนี้
- หุ้นที่ซื้อแล้วดูปลอดภัย น่าจะเลือกหุ้นที่ผลประกอบการยังแข็งแรง และ Dividend Yield ดีพอควร (>4.0%) เราเลือก PTT, SCB
- หุ้นกลุ่มธนาคาร ปรับตัวลงมาด้วยเรื่องของกำไรที่ผิดคาด และกังวลเรื่องการตั้งสำรอง ราคาหุ้นเริ่มเข้าโซนซื้อของเรา คือ BBL (P/BV=0.52x) ส่วน TTB กำไรดีเกินคาด เป้าพื้นฐาน ปรับไปเป็น 2.10 บาท แต่ราคาขึ้นแรง (เป้าสั้นๆ 1.90 บาท) และต้องมีจุด stop loss ไว้ด้วย
- หุ้นในพอร์ตวันนี้ เรานำ TU, RBF*, BGRIM ออกจากพอร์ต และนำ BDMS เข้ามา หุ้นในพอร์ตวันนี้ ประกอบไปด้วย BDMS(10%), HMPRO(10%), TRUE*(10%)
* เป็นหุ้นที่ทาง DAOL ไม่ได้มีการทำบทวิเคราะห์
Technical : TGE, PSP
News Comment:
( + ) ORI (ซื้อ/เป้า 11.50 บาท), PSH (ขาย/เป้า 11.50 บาท) ร่วมทุน 3 โครงการ โรงแรม-คอนโด-บ้านเดี่ยว มูลค่ารวม 8.7 พันล้านบาท
( 0 ) BEM (ซื้อ/เป้า 10.40 บาท) ตั้งเป้าผู้โดยสารปี 2024E ที่ 4.4 แสนเที่ยว/วัน (+13% YoY) ใกล้เคียงเราคาด, เริ่มเจรจา Double Deck ก.พ. นี้
Company Update:
( + ) SYNEX (ซื้อ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 14.00 บาท) กำไรปกติ 4Q23E ดีขึ้น QoQ จาก GPM ที่สูงมากกว่าคาด
( + ) BDMS (ซื้อ/เป้า 37.50 บาท) 4Q23E เติบโต YoY แต่ลดลง QoQ เล็กน้อยตามปัจจัยฤดูกาล