logo
search
flag-th
share-icon

MORNING BELL 16 APR 26

SET Outlook
ดัชนี SET Index มีโอกาสปรับตัวสูงขึึ้น เข้าสู่เป้าหมายในโซน 1523-1545 จุด ตลาดกำลังย่อยข้อมูลสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ออกมาในโทนบวกขึ้นเรื่อยๆ แนะนำกลยุทธ์ลงทุนแบบ Selective Buy โดยเน้นหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวและหุ้นที่ราคาปรับฐานลงมาลึก
ปัจจัยในประเทศ
• ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางความหวังว่าการเจรจาสันติภาพรอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ นักลงทุนเริ่มลดระดับการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยลง ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี (Big Tech) กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง ทั้งนี้ ช่วง 13-15 เม.ย. ดัชนีตลาดหุ้นทั่วโลก (Bloomberg World Index) ปรับตัวขึ้น 2.0% โอกาสที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ มีโอกาสที่จะสูงขึ้นตามตลาดอื่นๆ
• “อนุทิน 2” เริ่มงาน: 11 เม.ย.69 วันประชุม ครม.วันแรกของรัฐบาลชุดนี้ บนสถานการณ์สงครามที่กระทบมายังไทย ผ่าน 3 เรื่อง (ราคาน้ำมันและแก๊ส ต้นทุนวัตถุดิบและขนส่งที่แพงขึ้น และการขาดแคลนวัตถุดิบ) จับตามาตรการเร่งด่วนที่จะทยอยออกมา อย่างไรก็ตาม ถ้าสงครามมีแนวโน้มจบลงได้เร็ว ตลาดหุ้นอาจมองข้ามผลกระทบจากด้าน supply side ไป เราแนะนำหุ้นรับรัฐบาลใหม่ รับ Flow ไหลเข้าตลาด เลือก ADVANC*, TRUE*, PTT*, AOT, DELTA* ส่วนหุ้นที่ได้อานิสงค์จากมาตรการ ให้รอดูมาตรการที่จะออกมาภายหลัง
• หุ้นธนาคาร (Bank Sector): เริ่มเข้าสู่ช่วงการรายงานผลประกอบการ 1Q-2026 ซึ่งเราคาดการณ์ว่ากำไรสุทธิรวมของกลุ่มจะอยู่ที่ 5.2 หมื่นล้านบาท (ลดลง 11% YoY จาก NIM ที่อ่อนตัว แต่เพิ่มขึ้น 9% QoQ จาก OPEX ที่ลดลงตามฤดูกาล) ... หลัง KTB ขึ้น “XD” ไปและราคาลงไม่มาก คาดจะช่วยหนุนให้นักลงทุนยังคง “ถือ” หรือเข้ามาเก็งกำไรหุ้นธนาคารตัวอื่นๆ ได้
• ผลกระทบจากราคาน้ำมันและมาตรการรัฐ: กระทรวงพาณิชย์กางโมเดลดีเซล 50 บาท/ลิตร ประเมินกระทบต้นทุนสินค้าพุ่ง 0.7-44.4% (กระทบปุ๋ยสูงสุด อาหารสดต่ำสุด) โดย "น้ำมันปาล์ม-สบู่-แชมพู" เตรียมขอปรับขึ้นราคา กระทรวงการคลังเตรียมเสนอ ครม. อัดฉีดมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำวงเงิน 3 หมื่นล้านบาท (หนุน EV, โซลาร์เซลล์, ปุ๋ยราคาถูก) และเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อพยุงเศรษฐกิจที่เสี่ยงเข้าสู่ภาวะ Stagflation ซึ่งอาจฉุด GDP ไทยลงราว 0.6%
• S&P Global Ratings เตือนว่าอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเผชิญแรงกดดัน โดยอินโดนีเซียมีความเสี่ยงสูงสุด  สำหรับประเทศไทย S&P คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจอาจชะลอตัวและพื้นที่ทางการคลังลดลง แต่ยังมีฐานะทางการเงินภายนอกและนโยบายการเงินที่แข็งแกร่งช่วยต้านทานความเสี่ยง Barclays ประเมินว่าพันธบัตรรัฐบาลสกุลเงินท้องถิ่นอายุ 10 ปีของฟิลิปปินส์ ไทย และอินเดีย มีความน่าสนใจและมีมูลค่าในเชิงกลยุทธ์ หากสงครามอิหร่านสิ้นสุดลงในเร็วๆ นี้
• Fund Flow นักลงทุนต่างชาติ: ปริมาณการซื้อขายนักลงทุนต่างประเทศในตลาดหุ้น ซื้อสุทธิ 1,900 ล้านบาท (SET+MAI) แต่ในตลาดตราสารหนี้ ต่างชาติเป็นฝั่งขายสุทธิ 11,710 ล้านบาท เพื่อปรับพอร์ตการลงทุน
• ค่าเงินบาท: อยุ่ที่ระดับ 32.0 บาท/ดอลลาร์ แกว่งตัวผันผวนตามแรงซื้อขาย และทิศทางราคาทองคำ
ปัจจัยต่างประเทศ:
• สถานการณ์ตะวันออกกลาง: แม้สถานการณ์ในช่วงวันหยุดยาวของไทย จะมีเรื่องเกิดขึ้นมากมาย หลังเจรจาหยุดยิ่งประสบความล้มเหลว (12 เม.ย.) อย่างไรก็ตาม ล่าสุด สถานการณ์เริ่มดีขึ้นตามลำดับ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง วานนี้(15 เม.ย.) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ คาดการณ์ว่าการเจรจาอาจเริ่มขึ้นในปากีสถานภายใน 2 วันข้างหน้า และส่งสัญญาณว่าสงครามกับอิหร่านใกล้จะสิ้นสุดลง ... เรามองว่า ตลาดหุ้นทั่วโลก และสินทรัพย์การเงินต่างๆ จะตอบรับกับสงคราม ที่มีแนวโน้มที่จะยุติลงได้ในอีกไม่นาน
• ราคาทองคำ (Gold): ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่เหนือระดับ 4800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากลดลงติดต่อกัน 2 วัน ขานรับความหวังในการเจรจายุติสงคราม เช่นเดียวกับราคา Bitcoin ที่กลับขึ้นมายืนเหนือ $74000 เหรียญ ได้อีกครั้ง  เป็นการปรับตัวสูงขึ้นเกือบตลอด 8 วัน ที่ผ่านมา สะท้อนภาพสงคราม ที่ดูคลี่คลายลง
• เจเน็ต เยลเลน อดีตรมว.คลังและอดีตประธาน Fed ระบุว่ามีความเป็นไปได้ที่ Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงปลายปีนี้ แม้จะมีปัจจัยลบจากสงครามอิหร่าน การคาดการณ์เงินเฟ้อในระยะยาวที่ยังคงมีเสถียรภาพทำให้โอกาสที่จะต้องขึ้นดอกเบี้ยยังมีน้อย
• นายสก็อต เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่ารัฐบาลเตรียมนำมาตรการภาษีศุลกากรกลับมาใช้ในระดับเดิมภายในต้นเดือนกรกฎาคมนี้  สหรัฐฯจะเปลี่ยนมาใช้การสอบสวนตามมาตรา 301 (Section 301) แทน
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
• จีน: รายงาน GDP ไตรมาส 1/2026 (ตลาดคาดการณ์ขยายตัว 4.74% ถึง 5.1% YoY)
• จีน: การผลิตภาคอุตสาหกรรม (Industrial Production) เดือน มี.ค. (ตลาดคาดการณ์ขยายตัว 5.9% YoY)
• จีน: ยอดค้าปลีก (Retail Sales) เดือน มี.ค. (ตลาดคาดการณ์ขยายตัว 2.5% YoY)
• ยูโรโซน (EC): รายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน มี.ค. ขั้นสุดท้าย
• สหรัฐฯ: รายงานยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (Initial Jobless Claims)
• สหรัฐฯ: รายงานการผลิตภาคอุตสาหกรรม (Manufacturing Production) เดือน มี.ค.
Strategy
• ตลาดกลับมาซื้อขายปกติ หลังวันหยุดยาว คาดจะเดินหน้าต่อหลัง การสงครามมีแนวโน้มที่จะจบลงได้ ทิศทางตลาดยังเป็นไปตามที่ประเมิน เป้าหมายแรกรอบนี้ อยู่ในโซน 1523-1545 จุด
• กลยุทธ์หลักของเรายังผสมหุ้นแข็งแกร่ง และหุ้นที่ราคาลงมาลึก แบบ 50/50 โดยหุ้นแข็งแรง เราแนะนำหุ้นธนาคาร , GULF*, ADVANC, TRUE*, CPALL, AOT, CPN* ส่วนหุ้นที่ราคาลงมาลึก ให้คัดจาก list นี้ BA*, TIDLOR*, BGRIM*, AAV
• หุ้นในพอร์ตแนะนำ: เรานำ DELTA* ออก และ COM7* เข้ามา หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย COM7*(10%), BA*(15%), BGRIM*(15%), ERW(10%), KTB(10%), SCB(10%), ADVANC*(10%)
Technical : SCB, TFG
 
News Flash:
( + ) Tourism (Neutral) นักท่องเที่ยวล่าสุด +9% WoW จากจีน, อินเดียและสหรัฐอเมริกา เพราะเทศกาลสงกรานต์ช่วยหนุน
( 0 ) BEM (ซื้อ/เป้า 9.00 บาท) ผู้ใช้บริการ มี.ค. 2026 โต YoY จากฐานต่ำ แต่ชะลอ MoM จากปิดเทอม, แนวโน้มยังต้องติดตามผลกระทบ Work from home
 
Company Update:
( + ) SCC (ปรับขึ้นเป็น ซื้อ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 250.00 บาท) คาด 1Q26E แกร่งจาก stock gain; Spread ได้แรงหนุนจากสงคราม

กลับสู่ด้านบน

combo-icon
certified

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

DAOL Contact Center 1538 กด 1contactcenter@daol.co.th

DAOL Contact Center Address เลขที่ 87/2 อาคารซีอาร์ซีทาวเวอร์ ชั้นที่ 18 ออลซีซั่นส์เพลส ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

 

  TradingView   Facebook YouTube LINE TikTok

logo

and our member companies

บริษัทหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรีท แมเนจเมนท์บริการสินเชื่อ

©2026 บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สงวนลิขสิทธิ์