logo
search
flag-th
share-icon

เช็กให้ครบ เซฟไว้ยื่นภาษี! รวมสิทธิประโยชน์ทางภาษีปี 2569

ทุกเดือนที่เงินเดือนเข้าบัญชี เรามักจำได้ว่า “ได้เงินเท่าไร” แต่มีสักกี่ครั้งที่เราหยุดดูว่า ในสลิปเงินเดือนนั้นมีเงินจำนวนเท่าไรที่ถูกหักออกไปเป็นภาษี เดือนละเล็กละน้อยอาจดูเหมือนไม่มาก แต่เมื่อรวมตลอดทั้งปี ตัวเลขที่เห็นอาจมากกว่าที่หลายคนคาดไว้

คำถามจึงไม่ใช่แค่ว่า “ปีนี้ต้องเสียภาษีเท่าไร?” แต่อาจต้องถามเพิ่มว่า “เราใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่มีอยู่ครบแล้วหรือยัง? เพราะในความเป็นจริง หลายคนมีสิทธิที่เกิดขึ้นจากเรื่องใกล้ตัวอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว ประกัน ดอกเบี้ยบ้าน เงินออมเพื่อเกษียณ การลงทุน หรือเงินบริจาค เพียงแต่เราอาจไม่เคยนำทุกอย่างมารวมดูอย่างจริงจัง

และเมื่อถึงช่วงปลายปี หลายคนจึงเริ่มรีบหาคำตอบว่า

ต้องซื้ออะไรเพิ่ม?
ต้องลงทุนเท่าไร?
หรือยังมีอะไรที่ใช้สิทธิลดหย่อนได้อีกบ้าง?

แต่การวางแผนภาษีที่ดี ไม่ควรเริ่มจากการรีบ “ซื้อเพื่อลดภาษี” เพียงอย่างเดียว หากควรเริ่มจากการรู้ก่อนว่า เรามีสิทธิอะไรอยู่แล้ว และสิทธิไหนเหมาะกับสถานะทางการเงินของเรา

บทความนี้ INVESTMATE จึงรวบรวมสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่สำคัญสำหรับปีภาษี 2569 เพื่อช่วยให้คุณเช็กสิทธิของตัวเองได้ง่ายขึ้น และวางแผนภาษีอย่างเป็นระบบ เพราะบางครั้ง การประหยัดภาษีอาจไม่ได้เริ่มจากการจ่ายเงินเพิ่ม แต่อาจเริ่มจากการ “ไม่ปล่อยให้สิทธิที่เรามีอยู่แล้วหลุดมือ”

สรุปสิทธิประโยชน์ทางภาษี ปี 2569

3

1.) สิทธิประโยชน์ส่วนตัวและครอบครัว

ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท สำหรับผู้มีเงินได้
ค่าลดหย่อนคู่สมรส 60,000 บาท สำหรับคู่สมรสที่ไม่มีเงินได้ ที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย (ได้สูงสุด 1 คน)
ค่าลดหย่อนฝากครรภ์และค่าคลอดบุตร ตามที่จ่ายจริงให้กับสถานพยาบาลของรัฐหรือเอกชน สูงสุดไม่เกิน 60,000 บาทต่อการตั้งครรภ์ หากทั้งสามีและภรรยายื่นภาษีทั้งคู่ จะให้สิทธิลดหย่อนนี้แก่ภรรยาเท่านั้น โดยสามีสามารถลดหย่อนภาษีในกรณีที่ภรรยาไม่มีเงินได้
ค่าลดหย่อนบุตร 30,000 บาทต่อคน สำหรับบุตรโดยกฎหมายหรือบุตรบุญธรรมที่จดทะเบียนรับเป็นบุตรบุญธรรมแล้ว และต้องมีอายุไม่เกิน 20 ปี หรืออายุไม่เกิน 25 ปี และกำลังศึกษาอยู่ หรือในกรณีที่บุตรอายุเกิน 25 ปี แต่มีสถานะเป็นบุคคลไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ และกรณีบุตรคนที่ 2 เป็นต้นไปที่เกิดตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นไป สามารถใช้สิทธิได้ 60,000 บาทต่อคน ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขด้านอายุ สถานะ และลำดับบุตรที่กำหนด

  • กรณีมีเฉพาะบุตรชอบด้วยกฎหมาย: สามารถใช้สิทธิลดหย่อนบุตรกี่คนก็ได้ตามจำนวนบุตรจริง
  • กรณีมีเฉพาะบุตรบุญธรรม: สามารถใช้สิทธิลดหย่อนบุตรได้คนละ 30,000 บาท สูงสุด 3 คน
  • กรณีมีทั้งบุตรชอบด้วยกฎหมายและบุตรบุญธรรม: ให้ใช้สิทธิบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายก่อน และหากบุตรบุญธรรมเป็นคนที่ 4 จะไม่สามารถใช้สิทธิได้ แต่ถ้าบุตรบุญธรรมอยู่ในคนที่ 1-3 สามารถใช้สิทธิบุตรบุญธรรมได้

ค่าลดหย่อนอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา 30,000 บาทต่อคน สำหรับบิดามารดาของตนเองและของคู่สมรส (ต้องไม่ใช่พ่อแม่บุญธรรม) สูงสุดไม่เกิน 4 คน สูงสุดไม่เกิน 120,000 บาท โดยบิดามารดาจะต้องมีอายุ 60 ปีขึ้นไป และมีรายได้ต่อปีไม่เกิน 30,000 บาท และไม่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนซ้ำระหว่างพี่น้องได้
ค่าลดหย่อนอุปการะเลี้ยงดูคนพิการหรือคนทุพพลภาพ 60,000 บาทต่อคน สำหรับผู้พิการที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี และมีบัตรประจำตัวผู้พิการ รวมถึงจะต้องมีหนังสือรับรองการเป็นผู้อุปการะ
ในกรณีที่ผู้พิการหรือทุพพลภาพเป็นบิดามารดา บุตร หรือคู่สมรสของตนเอง สามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้ทั้งสองส่วน ตัวอย่างเช่น คู่สมรสไม่มีรายได้และเป็นผู้พิการ สามารถลดหย่อนได้สูงสุด 120,000 บาท (ค่าลดหย่อนคู่สมรส 60,000 บาท และค่าลดหย่อนอุปการะผู้พิการ 60,000 บาท)

 

4

5

 

2.) สิทธิประโยชน์กลุ่มประกัน เงินออม และการลงทุน

เงินสมทบประกันสังคมตามมาตรา 33 ตามที่จ่ายจริง โดยในปี 2569 กรณีจ่ายเต็มตามเพดาน สามารถใช้สิทธิได้สูงสุดไม่เกิน 10,500 บาท ต่อปี
เบี้ยประกันชีวิต ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท โดยกรมธรรม์ต้องมีระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป ทำกับบริษัทประกันชีวิตในประเทศไทย และถ้าหากมีการเวนคืนกรมธรรม์ก่อนครบ 10 ปี จะถือว่าเป็นการผิดเงื่อนไข ไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้
เบี้ยประกันสุขภาพ ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท และเมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตแล้ว ต้องไม่เกิน 100,000 บาท
เบี้ยประกันสุขภาพของบิดามารดา ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยบิดามารดาต้องมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี แต่ไม่จำเป็นต้องมีอายุ 60 ปีขึ้นไป
เงินลงทุนในวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท สำหรับบุคคลธรรมดาที่ลงทุนในหุ้นหรือธุรกิจ Social Enterprise ที่เข้าเงื่อนไข ตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นไป
กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG) สำหรับเงินลงทุนในปี 2569 ใช้สิทธิได้ตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน และไม่เกิน 300,000 บาท โดยในปี 2569 วงเงินลงทุนของ Thai ESG จะถูกนับรวมกับ Thai ESGX
กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESGX) สำหรับเงินลงทุนใหม่ในปี 2569 ใช้สิทธิได้ตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน และไม่เกิน 300,000 บาท โดยวงเงินนี้นับรวมกับการลงทุนใน Thai ESG นอกจากนี้ สำหรับกรณีมีการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน LTF เป็น ThaiESGX ตามมาตรการในปี 2568 ส่วนที่เกิน 300,000 บาท สามารถทยอยนำมาลดหย่อนภาษีในปี 2569-2572 โดยแบ่งใช้สิทธิในจำนวนเท่าๆ กันในแต่ละปี ทั้งนี้ สูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท และไม่นับรวมกับวงเงินการลงทุนใหม่ข้างต้น
กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ใช้สิทธิได้ตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน และไม่เกิน 500,000 บาท
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) เงินสะสมที่จ่ายจริง ใช้สิทธิได้ไม่เกิน 15% ของค่าจ้าง และไม่เกิน 500,000 บาท โดยเมื่อรวมกับเงินออมเพื่อการเกษียณประเภทอื่นตามหลักเกณฑ์แล้ว ต้องไม่เกิน 500,000 บาท
กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เงินสะสมที่จ่ายจริง ใช้สิทธิได้ไม่เกิน 30% ของเงินเดือน และไม่เกิน 500,000 บาท
กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ใช้สิทธิได้ตามที่จ่ายจริง และไม่เกิน 30,000 บาท
ประกันชีวิตแบบบำนาญ ใช้สิทธิได้ตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน 15% ของเงินได้ และไม่เกิน 200,000 บาท โดยกรมธรรม์ต้องมีระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป ทำประกันกับบริษัทประกันชีวิตในประเทศไทย และมีการจ่ายผลประโยชน์เป็นรายงวดอย่างสม่ำเสมอ

หมายเหตุ: สิทธิประโยชน์จาก RMF, PVD, กบข., กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน, กอช. และประกันชีวิตแบบบำนาญ รวมกันทั้งหมด ต้องไม่เกิน 500,000 บาท

 

6

 

3.) สิทธิประโยชน์จากเงินบริจาค

เงินบริจาคทั่วไป สามารถใช้สิทธิได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนตามหลักเกณฑ์
เงินบริจาคเพื่อการศึกษา การกีฬา การพัฒนาสังคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ และบริจาคเพื่อสถานพยาบาลของรัฐ สามารถนำมาลดหย่อนได้ 2 เท่าของเงินบริจาคจริง สูงสุดไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังจากหักค่าลดหย่อนตามหลักเกณฑ์ และในบางกรณีต้องบริจาคผ่านระบบ e-Donation
เงินบริจาคให้พรรคการเมือง สามารถใช้สิทธิได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10,000 บาท เริ่มตั้งแต่ 1 ม.ค. 2561 เป็นต้นไป

4.) สิทธิประโยชน์และมาตรการภาษีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในปี 2569

ดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อซื้อหรือสร้างที่อยู่อาศัย สามารถใช้สิทธิได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท
การติดตั้ง Solar Rooftop สำหรับบ้านอยู่อาศัย ปี 2569-2571 บุคคลธรรมดาสามารถใช้สิทธิสำหรับค่าซื้ออุปกรณ์และค่าติดตั้งระบบ On-Grid (ไม่เกิน 10kWp) ได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด และต้องมีหลักฐาน e-Tax Invoice
ค่าซื้องานศิลปะด้านทัศนศิลป์ ปี 2568-2570 สามารถใช้สิทธิได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อปีภาษี โดยงานศิลปะและผู้ขายต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด
ค่าซื้อและติดตั้งกล้อง CCTV เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ ปี 2567-2569 สำหรับผู้มีเงินได้ตามมาตรา 40 (5) (6) (7) และ (8) และนิติบุคคล ที่มีสถานประกอบการในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ ได้แก่ นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสงขลาเฉพาะบางอำเภอ สามารถใช้สิทธิเพิ่มได้อีก 1 เท่าของจำนวนที่จ่ายจริง โดยไม่มีเพดานวงเงิน ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด

เอกสารที่ควรเตรียมสำหรับการยื่นภาษี

รูปแบบการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามีทั้ง ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.91 ผู้มีเงินได้ควรเลือกแบบแสดงรายการให้สอดคล้องกับลักษณะเงินได้ของตนเอง และเตรียมเอกสารประกอบการยื่นแบบให้ครบถ้วน เช่น

  • หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ)
  • หลักฐานรายได้และเอกสารประกอบการหักค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามสิทธิที่ผู้มีเงินได้ใช้
  • หลักฐานการใช้สิทธิลดหย่อน เช่น เอกสารเกี่ยวกับบุตร บิดามารดา หรือคู่สมรส

นอกจาก “สิทธิในการลดหย่อน” ยังมี “สิทธิประโยชน์ทางภาษี” ในรูปแบบอื่นสำหรับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

กรณีผู้มีเงินได้เป็นผู้พิการ ที่มีบัตรประจำตัวคนพิการว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 ซึ่งเป็นผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย และมีอายุไม่เกิน 65 ปีบริบูรณ์ในปีภาษี สามารถได้รับยกเว้นเงินได้เฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 190,000 บาทต่อปีภาษี

กรณีผู้สูงอายุ ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปและเข้าเงื่อนไข สามารถได้รับยกเว้นเงินได้เฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 190,000 บาทต่อปีภาษี
กรณีมีเครดิตภาษีเงินปันผล สำหรับผู้มีเงินได้ที่ได้รับเงินปันผล อาจมีสิทธิขอเครดิตปันผลได้ตามสัดส่วนที่ได้รับจากเงินปันผล

วางแผนภาษี ไม่ใช่การซื้อทุกอย่างที่ลดภาษีได้
การวางแผนภาษีไม่ใช่การแข่งขันว่าใครจะใช้สิทธิได้มากที่สุด และไม่ได้หมายความว่าเราจำเป็นต้องซื้อประกัน ลงทุน หรือใช้จ่ายเพิ่มเติมเพียงเพื่อให้ได้สิทธิลดภาษี สิ่งสำคัญกว่าคือการรู้ว่า สิทธิไหนเรามีอยู่แล้ว สิทธิไหนเหมาะกับเรา และสิทธิไหนสอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินจริง ๆ

ดังนั้น ก่อนตัดสินใจลงทุนเพื่อใช้สิทธิทางภาษี ควรพิจารณาทั้ง เป้าหมายการลงทุน ระยะเวลาการลงทุน สภาพคล่อง ความเสี่ยง และสิทธิทางภาษี ไปพร้อมกัน หากเริ่มตรวจสอบและวางแผนตั้งแต่เนิ่น ๆ เราจะมีเวลาพิจารณาทางเลือกได้มากขึ้น ไม่ต้องรอจนถึงปลายปีแล้วรีบตัดสินใจเพียงเพราะกลัวว่า “จะใช้สิทธิไม่ทัน”

ลองกลับไปเปิดสลิปเงินเดือน เช็กรายได้ ค่าใช้จ่าย ประกัน การลงทุน และสิทธิต่าง ๆ ของตัวเองอีกครั้ง เพราะเงินทุกบาทที่เราหามา ไม่ได้มีค่าเฉพาะตอนที่ได้รับ แต่ยังรวมถึงการรู้ว่าจะ บริหาร จัดสรร และรักษาเงินเหล่านั้นไว้ให้เหมาะกับเป้าหมายของเราอย่างไร

และนี่คืออีกหนึ่งเหตุผลที่ “การวางแผนภาษี” ควรเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนการเงินในทุก ๆ ปี วางแผนให้เป็นระบบ ใช้สิทธิให้เหมาะสม และให้ทุกการตัดสินใจทางการเงินพาเราเข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้น

สำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนลงทุนควบคู่กับการลดหย่อนภาษี บล. ดาโอ (DAOLSEC) ให้บริการตัวแทนซื้อขายหน่วยลงทุนจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนชั้นนำ พร้อมทางเลือกกองทุน RMF และ Thai ESG ที่หลากหลาย รวมถึงผลิตภัณฑ์การลงทุนทั้งหุ้น อนุพันธ์ กองทุนรวม หุ้นกู้ และหุ้นต่างประเทศ โดยมีข้อมูล มุมมอง และคำแนะนำจากทีมนักวิเคราะห์ นักกลยุทธ์ และผู้แนะนำการลงทุน เพื่อช่วยคุณวางแผนพอร์ตให้เหมาะกับเป้าหมาย ภายใต้แนวคิด “Empowering Portfolios with Experts” สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ DAOL Contact Center 1538 กด 1

คำเตือน:
ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน รวมถึงศึกษาข้อมูลสิทธิประโยชน์ทางภาษีของกองทุน RMF, Thai ESG และ Thai ESGX ตามคู่มือการลงทุนและข้อกำหนดของกรมสรรพากร กรณีไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขอาจไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามที่กฎหมายกำหนด

การลงทุนในกองทุนรวมไม่ใช่การฝากเงิน กองทุนรวมอาจมีความเสี่ยงจากการลงทุนและความผันผวนของมูลค่าหน่วยลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวนและพิจารณาความเหมาะสมกับพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเอง

ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้ยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต สิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ผู้ลงทุนควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากกรมสรรพากรหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนตัดสินใจ

หมายเหตุ: ข้อมูลในบทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับปีภาษี 2569 ไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านภาษีหรือคำแนะนำในการลงทุนเฉพาะบุคคล ผู้มีเงินได้ควรตรวจสอบสิทธิและเงื่อนไขของตนเองก่อนใช้สิทธิจากประกาศกรมสรรพากร

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: กรมสรรพากร - https://www.rd.go.th/landing.html

กลับสู่ด้านบน

combo-icon
certified

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

DAOL Contact Center 1538 กด 1contactcenter@daol.co.th

DAOL Contact Center Address เลขที่ 87/2 อาคารซีอาร์ซีทาวเวอร์ ชั้นที่ 18 ออลซีซั่นส์เพลส ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

 

  TradingView   Facebook YouTube LINE TikTok

logo

and our member companies

บริษัทหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรีท แมเนจเมนท์บริการสินเชื่อ

©2026 บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สงวนลิขสิทธิ์