logo
search
flag-th
share-icon

"อาวุธในอวกาศ" การแข่งขัน หรือ ความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ

การแข่งขันด้านอวกาศครั้งใหม่ดูเหมือนได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้การแข่งขันไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การสำรวจหรือการหาผลประโยชน์จากพรมแดนอวกาศ แต่เป็นการพัฒนาอาวุธจากอวกาศ

ล่าสุดในเดือน ก.ย. นี้ สหรัฐฯ เป็นประเทศแรกที่ออกมายอมรับว่าได้มีการติดตั้งอาวุธในอวกาศ โดยนายทรอย เมงค์ เลขาธิการกองทัพอากาศประกาศว่า อาวุธที่อยู่ในวงโคจรอวกาศ ได้ถูกส่งไปติดตั้งแล้วเพื่อป้องกันตนเองจากศัตรู

สหรัฐฯ ไม่ได้ระบุชนิดของอาวุธ แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารคาดการณ์ว่าอาจรวมถึงเลเซอร์หรือระบบไมโครเวฟกำลังสูง ที่ออกแบบมาเพื่อรบกวนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของดาวเทียม หรืออาจรวมถึงดาวเทียมโจมตีที่ใช้แขนหุ่นยนต์ในการจับยึด เพื่อทำลายยานอวกาศของศัตรูหรือทำให้หลุดออกจากวงโคจร

จีนออกมาประณามการกระทำของสหรัฐฯ โดยต่อต้านการแข่งขันด้านอาวุธในอวกาศทุกรูปแบบ รัสเซียก็ออกมาบอกว่าอวกาศต้องปราศจากอาวุธใด ๆ แต่ทั้งรัสเซียกับจีนได้ทดสอบการต่อต้านอาวุธในอวกาศอย่างลับ ๆ มานานหลายทศวรรษ

ย้อนกลับไปในปี 2007 จีนได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการโจมตีในอวกาศด้วยการทำลายดาวเทียมตรวจอากาศที่ล้าสมัยของตนเองดวงหนึ่ง โดยใช้ขีปนาวุธจากภาคพื้นดิน รายงานของ Financial Times เมื่อต้นปีนี้ยังได้กล่าวถึงโครงการต่อต้านอวกาศที่กำลังขยายตัวของปักกิ่ง ในขณะเดียวกัน ทางฝั่งชาติตะวันตกได้กล่าวหารัสเซียว่าใช้ระบบในอวกาศเพื่อทำให้ระบบนำทาง GPS ทั่วทวีปยุโรปขัดข้องหลายต่อหลายครั้งนับตั้งแต่ปี 2019 

การใช้พื้นที่อวกาศเพื่อการทหารเป็นอีกตัวอย่างที่ไม่น่าสบายใจของระบบการปกครองระหว่างประเทศ สนธิสัญญาอวกาศปี 1967 ซึ่งเจรจากันในช่วงสงครามเย็นนั้น ถือเป็นความสำเร็จที่น่าทึ่ง ปัจจุบันได้รับการสนับสนุนจาก 118 ประเทศ สนธิสัญญานี้ได้บัญญัติหลักการว่า อวกาศควรเป็นพื้นที่ส่วนรวมของมนุษยชาติ และห้ามการติดตั้งอาวุธทำลายล้างสูงในวงโคจร

Starlink

แต่ในอีกมุมหนึ่ง อาจสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นจริงทางภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบัน เนื่องจากหลายประเทศและบริษัท ต่างแย่งชิงความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์และเชิงพาณิชย์ในอวกาศ การผูกขาดอวกาศของสหรัฐฯ กับสหภาพโซเวียต สิ้นสุดลงนานแล้ว ปัจจุบันมีมากกว่า 80 ประเทศที่ใช้งานดาวเทียม โดยมีจำนวนดาวเทียมโคจรอยู่รอบโลกทั้งหมด 18,000 ดวง บริการดาวเทียม Starlink ของ อีลอน มัสก์ ครองส่วนแบ่งมากกว่าครึ่งหนึ่ง

การประกาศล่าสุดของสหรัฐฯ คงไม่เป็นเรื่องน่าประหลาดใจสำหรับผู้อ่านรายงาน Global Counterspace Capabilities Report ความยาว 371 หน้า จัดทำโดย Secure World Foundation (SWF) ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร รายงานดังกล่าวบันทึกไว้ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ในยุคต่าง ๆ มองอวกาศเป็นพื้นที่ทำสงครามมาตั้งแต่ทศวรรษ 1960 แต่จนถึงปัจจุบัน การปะทะกันในอวกาศ จำกัดอยู่เพียงความพยายามที่ไม่ใช้กำลังทางกายภาพ เช่น การรบกวน การปลอมแปลง หรือการแฮ็กดาวเทียมของฝ่ายตรงข้าม

แม้ว่าการโจมตีเหล่านั้นอาจไม่ขัดต่อสนธิสัญญาอวกาศ แต่ความอันตรายของการโจมตีดังกล่าว การมองไม่เห็นและการปฏิเสธความรับผิดชอบได้ วิธีการที่ดาวเทียมผสมผสานการใช้งานทั้งทางพลเรือนและทางทหารก็ทำให้เส้นแบ่งไม่ชัดเจน ตัวอย่างเช่น ในสายตาของรัสเซีย สตาร์ลิงก์ ถือเป็นเป้าหมายทางทหารที่ถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากยูเครนใช้กันอย่างแพร่หลาย ความไม่ชัดเจนนี้อาจนำไปสู่การคำนวณผิดพลาดอย่างร้ายแรงในกรณีที่ความขัดแย้งบานปลาย รายงานของ SWF กล่าวว่า ยิ่งลงทุนในอวกาศมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีแรงจูงใจที่จะทำให้มันเป็นพื้นที่ที่มั่นคงมากขึ้นเท่านั้น

ท้ายที่สุดแล้วการป้องปรามจะได้ผลดีที่สุดเมื่อทุกฝ่ายรู้ถึงศักยภาพของอีกฝ่ายและเข้าใจถึงผลที่อาจเกิดขึ้นจากการกระทำของตน เทคโนโลยีและนวัตกรรมกำลังก้าวหน้าและพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและการลงทุนในเวลาเดียวกัน และเมื่อเทคโนโลยีเป็นความหวังในอนาคต ผลลัพธ์ที่คาดหวังนั้นควรจะเป็นไปในทางที่สร้างสรรค์และเกิดประโยชน์มากกว่าการทำลายล้างที่อาจจะกลับมาเป็นความเสี่ยงและเป็นผลกระทบต่อเศรษฐกิจในทางลบ

ที่มาข้อมูล: www.ft.com

กลับสู่ด้านบน

combo-icon
certified

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

DAOL Contact Center 1538 กด 1contactcenter@daol.co.th

DAOL Contact Center Address เลขที่ 87/2 อาคารซีอาร์ซีทาวเวอร์ ชั้นที่ 18 ออลซีซั่นส์เพลส ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

 

  TradingView   Facebook YouTube LINE TikTok

logo

and our member companies

บริษัทหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรีท แมเนจเมนท์บริการสินเชื่อ

©2026 บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สงวนลิขสิทธิ์