logo
search
flag-th
share-icon

ถ้าทองไม่ขึ้นอย่างที่คิด...คุณมี “แผน B” หรือยัง?

ถ้าทองไม่ขึ้นอย่างที่คิด...คุณมี “แผน B” หรือยัง?

ก่อนลงทุนทองครั้งต่อไป ลองเช็กให้ชัดทั้ง “เป้าหมาย ระยะเวลา และรูปแบบการลงทุน” ที่เหมาะกับคุณ

ซื้อทองแล้วราคาปรับตัวขึ้น แน่นอนว่าใคร ๆ ก็สบายใจ

แต่ถ้าราคาทองไม่ได้ขึ้นอย่างที่คิด หรือซื้อแล้วราคาปรับตัวลงจนต้องรอให้ราคากลับมาที่ต้นทุน คำถามสำคัญอาจไม่ใช่เพียงว่า “ทองจะกลับขึ้นมาเมื่อไร?”

แต่อาจต้องถามตัวเองเพิ่มว่า “เรามีแผนรับมือไว้ตั้งแต่ก่อนลงทุนหรือยัง?”

จากอดีตที่คนไทยคุ้นเคยกับการซื้อทองคำเพื่อเป็นเครื่องประดับ วันนี้ “ทองคำ” ถูกมองเป็นสินทรัพย์ลงทุนประเภทหนึ่งมากขึ้น โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือโอกาสได้รับผลตอบแทนจากการเปลี่ยนแปลงของราคา หรือ Capital Gain (กำไรจากส่วนต่างราคา)

อย่างไรก็ตาม แม้ทองคำจะถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่ช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ต แต่ราคาทองคำสามารถปรับตัวขึ้นและลงได้ตามปัจจัยต่าง ๆ เช่น ภาวะเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ย ค่าเงิน และสถานการณ์ในตลาดการเงิน ดังนั้น การลงทุนในทองคำจึงยังมีความเสี่ยงเช่นเดียวกับสินทรัพย์ประเภทอื่น

“จิม โรเจอร์” นักลงทุนที่เชี่ยวชาญด้านสินค้าโภคภัณฑ์ เคยให้มุมมองว่า “หากไม่ได้ใช้เงินเย็นและไม่มีเป้าหมายการลงทุนในระยะยาว การลงทุนทองคำก็มีความเสี่ยงเช่นเดียวกับการลงทุนในสินทรัพย์อื่น ๆ”

ดังนั้น ก่อนนำเงินไปลงทุนในทองคำครั้งต่อไป ลองตอบ 3 คำถามนี้ให้ชัดก่อนตัดสินใจ

1.) คุณลงทุนทอง “ระยะสั้น” หรือ “ระยะยาว”?

คำถามนี้อาจดูง่าย แต่เป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญที่ควรกำหนดให้ชัดตั้งแต่ก่อนลงทุน

เมื่อราคาทองคำปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว อาจเกิดแรงขายเพื่อทำกำไรตามมา หากเป็นการลงทุนระยะสั้น นักลงทุนอาจให้ความสำคัญกับจังหวะราคาและกำหนดจุดซื้อ จุดขาย รวมถึงระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ เมื่อเข้าลงทุนผิดจังหวะ หรือราคาทองคำไม่ได้ปรับขึ้นตามที่คาด จากเดิมที่ตั้งใจเข้ามาเก็งกำไรระยะสั้น ก็อาจต้องถือสถานะต่อไปนานกว่าที่วางแผนไว้ จนอาจกลายเป็นนักลงทุนระยะยาวโดยไม่ได้ตั้งใจ

ในทางกลับกัน นักลงทุนที่ตั้งใจถือทองในระยะยาว เช่น เพื่อเป็นเงินเก็บสำหรับวัยเกษียณ หรือเป็นมรดกให้ลูกหลาน อาจเลือกใช้กลยุทธ์ที่แตกต่างออกไป เมื่อเห็นราคาทองปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว อาจตัดสินใจขายทองออกจากพอร์ตเมื่อราคาปรับตัวขึ้น แล้ววางแผนรอซื้อกลับเมื่อราคาปรับลดลง หากราคาทองไม่ได้ปรับลงตามที่ประเมินไว้ ก็อาจทำให้ไม่สามารถกลับเข้าลงทุนได้ตามแผน และส่งผลต่อเป้าหมายระยะยาวที่ตั้งใจไว้เช่นกัน

ดังนั้น ก่อนลงทุนควรตอบตัวเองให้ชัดว่า “เราซื้อทองครั้งนี้เพื่ออะไร... และตั้งใจจะลงทุนไปนานแค่ไหน”
เมื่อเป้าหมายและระยะเวลาชัดเจน การเลือกวิธีลงทุนและการบริหารความเสี่ยงก็จะทำได้สอดคล้องกับแผนมากขึ้น

2.) “ทองคำ” ไม่ได้มีวิธีลงทุนแบบเดียว

การลงทุนในทองคำมีหลากหลายรูปแบบ และแต่ละแบบมีลักษณะ ต้นทุน และความเสี่ยงที่แตกต่างกัน นักลงทุนจึงควรเลือกให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และระยะเวลาการลงทุน

ทองคำแท่ง
เป็นรูปแบบที่หลายคนคุ้นเคย เหมาะกับผู้ที่ต้องการถือทองคำโดยตรง แต่ควรคำนึงถึงค่าใช้จ่ายและส่วนต่างราคารับ ซื้อ–ขาย รวมถึงการเก็บรักษาทองคำให้ปลอดภัย

กองทุนรวมทองคำ
เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในทองคำผ่านกองทุน โดยกองทุนแต่ละกองมีนโยบายการลงทุนแตกต่างกัน บางกองทุนอาจลงทุนผ่านกองทุนหลักที่อ้างอิงราคาทองคำ เช่น SPDR Gold Trust

จุดเด่นคือความสะดวกในการลงทุนและไม่ต้องจัดการเรื่องการเก็บรักษาทองคำด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อขายระยะสั้น ควรพิจารณาความแตกต่างของช่วงเวลาการรับคำสั่งซื้อขายและราคาที่ใช้ในการคำนวณมูลค่าหน่วยลงทุน เนื่องจากผู้ลงทุนอาจไม่ทราบราคาซื้อขายที่แน่นอนในขณะที่ส่งคำสั่ง

Gold ETFs
เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์ โดยราคาซื้อขายเคลื่อนไหวตามภาวะตลาดระหว่างเวลาซื้อขาย จึงมีลักษณะการซื้อขายแตกต่างจากกองทุนรวมทั่วไป

Gold Futures และ Gold Online Futures
สำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการวางกลยุทธ์ตามการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ ยังมีทางเลือกอย่าง สัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้า หรือ Futures ซึ่งสามารถใช้วางกลยุทธ์ได้ทั้งในช่วงที่คาดว่าราคาทองคำจะปรับขึ้นและช่วงที่คาดว่าราคาทองคำจะปรับลง โดยมีรายละเอียดแตกต่างกัน ดังนี้

Gold Futures เป็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงทองคำแท่งความบริสุทธิ์ 96.5% โดยมีทั้งสัญญา 10 บาททองคำ และ 50 บาททองคำ และเสนอราคาเป็นเงินบาทต่อทองคำ 1 บาทน้ำหนัก

ขณะที่ Gold Online Futures (GO) อ้างอิงทองคำแท่งความบริสุทธิ์ 96.5% ตามมาตรฐานที่ใช้ในตลาดโลก และเสนอราคาเป็นดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ จึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการวางกลยุทธ์จากทิศทางราคาทองคำในตลาดโลก

และปัจจุบันยังมีอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการบริหารขนาดสถานะให้ละเอียดขึ้น คือ Mini Gold Online Futures หรือ MGO ซึ่งอยู่ในกลุ่มเดียวกับ Gold Online Futures โดยอ้างอิงราคาทองคำโลกเช่นเดียวกัน แต่มีขนาดสัญญาเล็กกว่า GO 10 เท่า โดย MGO มี Multiplier 30 ขณะที่ GO มี Multiplier 300 จึงช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถเลือกขนาดสถานะให้สอดคล้องกับแผนการลงทุนและระดับความเสี่ยงที่ตนเองยอมรับได้

อย่างไรก็ตาม ต้องเข้าใจว่า “Mini” หมายถึงขนาดสัญญาที่เล็กลง ไม่ได้หมายถึงความเสี่ยงต่ำลง

เนื่องจาก MGO เป็นผลิตภัณฑ์ Futures ที่ใช้เงินหลักประกันและมี Leverage หากราคาทองคำเคลื่อนไหวไม่เป็นไปตามที่คาด นักลงทุนอาจขาดทุน และอาจต้องวางหลักประกันเพิ่มเติม หรือเกิด Margin Call

ดังนั้น ก่อนตัดสินใจซื้อขาย นักลงทุนควรเข้าใจวิธีคำนวณกำไรและขาดทุน เงินหลักประกัน ขนาดสัญญา และการบริหารความเสี่ยง รวมถึงติดตามความเคลื่อนไหวของราคาทองคำอย่างใกล้ชิด และกำหนดแผนบริหารความเสี่ยงให้เหมาะสมกับตนเอง

ศึกษารายละเอียด Mini Gold Online Futures: https://shorturl.asia/CvhWj

สำหรับผู้ลงทุนที่สนใจมองหาโอกาสจากราคาทองคำโลก และสามารถยอมรับความเสี่ยงของ Futures ได้ สามารถศึกษารายละเอียด Mini Gold Online Futures และการเปิดบัญชี TFEX กับ บล. ดาโอ หรือ DAOLSEC

พร้อมโปรโมชั่นต้อนรับการเปิดซื้อขาย “เทรดทอง...ได้ทอง” รับสิทธิประโยชน์ 2 ต่อ

Banner โปรโมชั่น Tfex

3.) มี “แผน B” ก่อนราคาจะไปผิดทาง

สำหรับนักลงทุนระยะสั้นที่เน้นการเก็งกำไร การมองว่าราคาทองจะขึ้นหรือลงเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ
สิ่งสำคัญคือควรกำหนด จุดซื้อ จุดขาย และจุดตัดขาดทุน ให้ชัดเจนตั้งแต่ก่อนลงทุน

หากราคาทองเคลื่อนไหวผิดจากที่ประเมิน นักลงทุนควรทบทวนสถานการณ์และปฏิบัติตามแผนบริหารความเสี่ยงที่กำหนดไว้ เช่น เมื่อราคาปรับลดลงถึงระดับที่กำหนดสำหรับตัดขาดทุน ก็อาจพิจารณาดำเนินการตามแผน เพื่อจำกัดความเสียหายและรักษาเงินทุนสำหรับโอกาสการลงทุนในครั้งต่อไป

การศึกษาการวิเคราะห์ทางเทคนิคจึงสามารถนำมาใช้ประกอบการพิจารณาจุดซื้อ จุดขาย และระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมได้

สำหรับผู้ที่มีเป้าหมายลงทุนระยะยาว อาจพิจารณากลยุทธ์ DCA หรือ Dollar Cost Averaging ซึ่งเป็นการลงทุนอย่างสม่ำเสมอด้วยจำนวนเงินที่กำหนดไว้ในแต่ละงวด เพื่อสร้างวินัยในการลงทุนและลดการพึ่งพาจังหวะการเข้าลงทุนเพียงครั้งเดียว อย่างไรก็ตาม DCA ไม่ได้เป็นการรับประกันผลตอบแทนหรือป้องกันการขาดทุน ผู้ลงทุนยังควรพิจารณาความเหมาะสมของสินทรัพย์และระดับความเสี่ยงให้สอดคล้องกับเป้าหมายของตนเอง

แล้ว “แผน B” ของคุณคืออะไร?

เพราะท้ายที่สุดแล้ว สิ่งสำคัญอาจไม่ใช่แค่การทายว่า “ทองจะขึ้นหรือลง?”
แต่คือการรู้ว่า “ถ้าราคาไม่เป็นไปตามที่คิด เราจะทำอย่างไรต่อ?”
เพราะทุกเป้าหมายการลงทุนต้องอาศัยทั้ง “เครื่องมือที่เหมาะสม” และ “ความเข้าใจ”

เริ่มต้นวางแผนพอร์ตไปกับ บล. ดาโอ หรือ DAOLSEC ผ่านผลิตภัณฑ์การลงทุนที่หลากหลาย ทั้งหุ้น อนุพันธ์ กองทุนรวม หุ้นกู้ และหุ้นต่างประเทศ พร้อมข้อมูล มุมมอง และคำแนะนำจากทีมนักวิเคราะห์ นักกลยุทธ์ และผู้แนะนำการลงทุน เพื่อช่วยให้คุณเลือกแนวทางการลงทุนที่เหมาะกับเป้าหมายของคุณ ภายใต้แนวคิด “Empowering Portfolios with Experts”

ติดตามข่าวสารและมุมมองการลงทุนจาก บล. ดาโอ หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ DAOL Contact Center 1538 กด 1

คำเตือนความเสี่ยง
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อใช้สำหรับการศึกษาเบื้องต้น มิได้มีเจตนาในการชี้นำการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูล ลักษณะผลิตภัณฑ์ เงื่อนไขผลตอบแทน ค่าธรรมเนียม และความเสี่ยงเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน

การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้ามีความเสี่ยงสูงจากการใช้เงินหลักประกันและ Leverage ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนบางส่วนหรือทั้งหมด และอาจต้องวางหลักประกันเพิ่มเติมตามเงื่อนไขที่กำหนด ผู้ลงทุนควรศึกษารายละเอียดสัญญาและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: SET Investnow, บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (TFEX)
ข้อมูลผลิตภัณฑ์และโปรโมชั่น: บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

กลับสู่ด้านบน

combo-icon
certified

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

DAOL Contact Center 1538 กด 1contactcenter@daol.co.th

DAOL Contact Center Address เลขที่ 87/2 อาคารซีอาร์ซีทาวเวอร์ ชั้นที่ 18 ออลซีซั่นส์เพลส ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

 

  TradingView   Facebook YouTube LINE TikTok

logo

and our member companies

บริษัทหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรีท แมเนจเมนท์บริการสินเชื่อ

©2026 บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สงวนลิขสิทธิ์