
เป็นเวลาหลายทศวรรษแล้วที่อนุพันธ์สัญญาทางการเงิน เช่น ฟิวเจอร์ส ออปชั่น และสวอป ซึ่งมูลค่าขึ้นอยู่กับราคาหรือผลการดำเนินงานของสินทรัพย์อ้างอิง ได้ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือสำหรับธุรกิจ เกษตรกร นักลงทุน และสถาบันการเงินในการบริหารความเสี่ยงและจัดสรรเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งที่เคยเป็นเพียงเครื่องมือทางการเงินเฉพาะกลุ่ม ปัจจุบันได้กลายเป็นรากฐานของตลาดที่มีมูลค่ามากกว่า 1.2 ควอดริลเลียน(ล้านล้านล้าน) ดอลลาร์สหรัฐ เกือบครึ่งหนึ่งของตลาดนั้นอยู่ภายใต้อำนาจของคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า(CFTC)
ความเป็นผู้นำของอเมริกาในตลาดหุ้นและตลาดอนุพันธ์นั้นสร้างขึ้นมายาวนานหลายชั่วอายุคน ผ่านตลาดที่มีการแข่งขันสูง สถาบันการเงินที่แข็งแกร่ง กฎระเบียบที่เหมาะสม และการเปิดรับนวัตกรรมในหลาย ๆ ส่วนของตลาด ยุคของการซื้อขายที่ตะโกนกันในห้องซื้อขายในนิวยอร์กและชิคาโก หรือแม้แต่การซื้อขายผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ในช่วงปี 2000 ก็ได้ผ่านพ้นไปแล้ว
ตลาดการเงินของสหรัฐฯ ได้พัฒนาไปสู่ระบบที่มีความเป็นอิสระมากขึ้นเรื่อย ๆ ขับเคลื่อนด้วยการซื้อขายอัตโนมัติ ปัญญาประดิษฐ์ การดำเนินการตามอัลกอริทึม และการตัดสินใจแบบเรียลไทม์ ตอบสนองต่อข้อมูลได้เร็วกว่ามนุษย์หลายพันเท่า
เป็นเวลาหลายปีที่การกำกับดูแลทางการเงินระหว่างประเทศดำเนินการภายใต้สมมติฐานที่ว่า การกำกับดูแลจะเกิดขึ้นจากฉันทามติระหว่างสถาบันระดับโลกและหน่วยงานกำกับดูแลจากประเทศต่าง ๆ สหรัฐอเมริกาได้กลับมาเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมทางการเงินอีกครั้ง ในช่วงวาระแรกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ การเปิดตัวสัญญาซื้อขายล่วงหน้าบิตคอยน์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ CFTC ช่วยนำสินทรัพย์ดิจิทัลเข้าสู่ระบบการเงินกระแสหลัก ทำให้ผู้ลงทุนสถาบันสามารถเข้าถึงสินทรัพย์ดังกล่าวได้อย่างโปร่งใสและอยู่ภายใต้การกำกับดูแล จุดนี้ได้เปลี่ยนบิตคอยน์ให้กลายเป็นสินทรัพย์ที่สามารถบูรณาการเข้ากับระบบการเงินที่กว้างขึ้นเรื่อย ๆ โดยปัจจุบันมีการถือครองบิตคอยน์ผ่านผลิตภัณฑ์ซื้อขายแลกเปลี่ยนบิตคอยน์ (ETP) มากกว่า 1.2 ล้านเหรียญ
มาถึงในช่วงวาระที่ 2 ของทรัมป์ CFTC ได้ต่อยอดด้วยการอนุมัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าบิตคอยน์แบบไม่จำกัดระยะเวลา (Perpetual Contract หรือ หรือ PERP) ปัจจุบัน CFTC กำลังช่วยขยายรากฐานที่วางไว้ในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี ไปสู่ระบบการเงินที่กว้างขึ้น ในขณะที่ตลาดทุนกำลังก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัล เมื่อไม่นานนี้รัฐสภาสหรัฐฯ ได้ผ่านร่างกฎหมายที่สร้างกรอบรองรับ Stablecoin ที่อิงกับเงินดอลลาร์ โดย CFTC กำลังสำรวจการใช้ Stablecoin เป็นหลักประกัน (Collateral) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในระบบการชำระเงินของตลาดทุน
นวัตกรรมของทางการเงินของสหรัฐฯ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สินทรัพย์คริปโตเท่านั้น ในปีนี้ยังเปิดตัวตลาดฟิวเจอร์สทองคำที่ซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมงด้วย แต่ยังมีมุมองตรงกันข้ามที่แตกต่างออกไป อย่างที่ยุโรปหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินของยุโรป 9 แห่ง โต้แย้งว่าสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในตลาดเป็นเสมือนการพนันมากกว่าเครื่องมือทางการเงิน
อย่างไรก็ตามประวัติศาสตร์ได้แสดงให้เห็นว่าความเป็นผู้นำของหลายประเทศอย่างเช่น สหรัฐฯ จะแข็งแกร่งที่สุดเมื่อยอมรับนวัตกรรมตั้งแต่เนิ่น ๆ ตั้งแต่รถไฟและการบิน ไปจนถึงอินเทอร์เน็ตและการซื้อขายทางอิเล็กทรอนิกส์ ข้อตกลงระหว่างประเทศ การจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ และกลไกการกำกับดูแลควรได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัยอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสะท้อนถึงโครงสร้างตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ในขณะเดียวกันก็ส่งเสริมผลประโยชน์ของตลาดและปกป้องผู้เข้าร่วมตลาด
สถานการณ์ปัจจุบันเทคโนโลยีและนวัตกรรมกำลังมีบทบาทและกำหนดการเดินหน้าของตลาดทางการเงิน ดังนั้น อนาคตของตลาดการเงินจะเป็นของผู้ที่กล้าผลักดันไปข้างหน้าพร้อม ๆ กับการรักษาความสมบูรณ์ของตลาด
ที่มาข้อมูล : https://www.economist.com/by-invitation/2026/08/06/the-new-era-of-finance-needs-innovation-more-than-consensus
©2026 บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สงวนลิขสิทธิ์