logo
search
flag-th
share-icon

ช่องแคบฮอร์มุซไม่ใช่ความเสี่ยงเดียวของการค้าโลก

Sir John Fisher นายพลเรือกองทัพเรืออังกฤษ เคยกล่าวประโยคหนึ่งว่า “กุญแจยุทธศาสตร์ 5 ดอกที่ล็อกโลกไว้” หมายถึงสถานที่ที่ควบคุมเส้นทางน้ำที่สำคัญของโลก ได้แก่

1.Dover ช่องแคบอังกฤษและเส้นทางเข้าสู่ทะเลเหนือ

2.Gibraltar ควบคุมทางเข้า - ออกระหว่างมหาสมุทรแอตแลนติกกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

3.Alexandria ควบคุมคลองสุเอซเส้นทางลัดไปเอเชีย

4.Cape Town ควบคุมเส้นทางเดินเรืออ้อมแหลมกู๊ดโฮปเชื่อมมหาสมุทรแอตแลนติกและอินเดีย

5.Singapore ควบคุมช่องแคบมะละกาทางผ่านหลักสู่จีนและเอเชียตะวันออก

แต่ปัจจุบันคงต้องเพิ่ม ช่องแคบฮอร์มุซ เข้าไปด้วย เพราะถือเป็นเส้นทางเดินเรือเพียงเส้นเดียวออกจากอ่าวเปอร์เซียที่ส่งผลให้ 1 ใน 5 ของน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวของโลกถูกปิดกั้นจนทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกกำลังสั่นสะเทือน

ความสำคัญของจุดยุทธศาสตร์ทางทะเลเป็นที่ประจักษ์มาตั้งแต่อดีต ในช่วงสงคราม Peloponnesian ในศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสต์ศักราช สปาร์ตาเข้ายึดครองช่องแคบดาร์ดาแนลส์ (Dardanelles) ซึ่งขวางการขนส่งธัญพืชจากทะเลดำ ทำให้เอเธนส์ที่อดอยากต้องยอมจำนน ส่วนในสงครามโลกครั้งที่ 1 อังกฤษและพันธมิตรพยายามยึดครองช่องแคบนี้เพื่อเอาชนะจักรวรรดิออตโตมัน แต่การรบที่กัลลิโพลีกลับเป็นความสูญเสียอย่างหนัก

แม้ว่าโลกจะเต็มไปด้วยการขนส่งผ่านท่อส่ง รถบรรทุก รถไฟ และเครื่องบินขนส่งสินค้า แต่เรือยังคงขนส่งสินค้าส่งออกของโลกประมาณ 85% ในแง่ปริมาณ ซึ่งการค้าดังกล่าวถูกคุกคามด้วยอันตรายใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีราคาถูกกำลังขยายขอบเขตการปฏิบัติการของกลุ่มติดอาวุธออกไปไกลถึงทะเลมากขึ้น เรือสินค้าที่แล่นระหว่างเอเชียและยุโรปผ่านช่องแคบบับอัลมันดับ (Bab el-Mandeb) ต้องเผชิญกับโดรนและขีปนาวุธที่ยิงโดยกลุ่มติดอาวุธฮูตีในเยเมน เรือหลายลำยังคงเลือกเส้นทางอ้อมแอฟริกาแทนที่จะเสี่ยงกับภัยเหล่านี้ ซึ่งช่องแคบแห่งนี้เคยเป็นเส้นทางผ่านของการค้าโลกถึง 9% ปัจจุบันเหลือเพียง 4% เท่านั้น และจะลดลงไปอีกหากกลุ่มฮูตีกลับมาโจมตีอีกครั้งโดยร่วมมือกับอิหร่าน

Photo

ภัยคุกคามต่อมาคือ การที่สงครามเกิดขึ้นและลุกลามไปยังทะเลใกล้เคียง เช่น จากการรุกรานยูเครนของรัสเซียได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการขนส่งธัญพืช น้ำมัน และสินค้าสำคัญอื่น ๆ ข้ามทะเลดำ ชี้ให้เห็นถึงอิทธิพลทางภูมิศาสตร์ที่ตุรกีได้รับจากการควบคุมช่องแคบบอสฟอรัส (Bosphorus Strait) และ ดาร์ดาแนลส์

อีกปัจจัยคือ ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศภัยแล้ง ส่งผลให้เกิดการจำกัดจำนวนเรือที่สามารถแล่นผ่านคลองปานาในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้บางลำต้องอ้อมแหลมฮอร์น รวมถึงการที่ธารน้ำแข็งละลายอาจเปิดเส้นทางเดินเรือใหม่ในแถบอาร์กติก ซึ่งทำให้ความสำคัญของจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ห่างไกล เช่น ช่องแคบเบริง (Bering Strait) เพิ่มสูงขึ้น

ดังนั้น แม้ว่าช่องแคบฮอร์มุซจะกลับเปิดอีกครั้งได้แต่จุดยุทธศาสตร์สำคัญอีกประมาณ 10 กว่าแห่งที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการค้าทางทะเลของโลก ก็จะถูกจับจับตามากขึ้น

บทเรียนจากสงครามอิหร่านน 1 เดือนที่ผ่านมาก็คือ แม้ในยุคปัจจุบันจะมีเทคโนโลยีเครื่องบิน ขีปนาวุธ และดาวเทียม ภูมิศาสตร์ก็ยังคงมีความสำคัญ บางจุดที่เป็นคอขวดของโลกขัดขวางเส้นทางเดินเรือที่ขนส่งวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูปจากโรงงานในเอเชีย เช่น ช่องแคบไต้หวันและช่องแคบมะละกา รวมถึงจุดอื่น ๆ ก็เป็นแหล่งขนส่งสินค้าไปยังยุโรป เช่น ยิบรอลตาร์ ช่องแคบอังกฤษ ช่องแคบสกาเกอร์รัก (Skagerrak), คัตเทกัต (Kattegat), และโอเรซุนด์ (Øresund) นอกชายฝั่งเดนมาร์ก ซึ่งเชื่อมต่อทะเลบอลติกและทะเลเหนือ เช่นเดียวกับคลองสุเอซและคลองปานามาเป็นทางลัดการขนส่ง

ในปี 2003 หู จินเทา ประธานาธิบดีของจีนในขณะนั้น เคยแสดงความกังวลเกี่ยวกับช่องแคบมะละกา ซึ่งหมายถึงความเปราะบางที่เกิดกับการขนส่งน้ำมันนำเข้าของจีนถึง 80% ผ่านช่องแคบนี้

จีนกำลังสร้างเส้นทางขนส่งพลังงานใหม่ด้วยท่อส่งน้ำมันและก๊าซไปยังรัสเซียและเอเชียกลาง ผ่านเมียนมาร์ไปยังอ่าวเบงกอล เพื่อหลีกเลี่ยงช่องแคบมะละกา นับตั้งแต่ สี จิ้นผิง ขึ้นสู่อำนาจในปี 2012 โครงการริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางได้ลงทุนในเครือข่ายโลจิสติกส์ระดับโลก รวมถึงท่าเรือรอบจุดยุทธศาสตร์ทางทะเล แม้เกิดความกังวลว่าอาจถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางทหารในอนาคต

Shutterstock 1094326709 2

ตั้งแต่ปี 2013 จีนได้เปลี่ยนแนวปะการังและเกาะเล็ก ๆ ที่เป็นข้อพิพาทหลายแห่งในทะเลจีนใต้ให้เป็นฐานทัพทหาร ในปี 2017 จีนได้จัดตั้งฐานทัพทหารต่างประเทศแห่งแรกในจิบูตี นอกจากนี้ยังได้ทดลองเส้นทางเดินเรือในแถบอาร์กติกตามแนวชายฝั่งทางเหนือของรัสเซียด้วย

เมื่อมาดูทางฝั่งยุโรป การให้ความช่วยเหลือยูเครนในการต่อต้านกองกำลังรัสเซีย เนื่องจากสหภาพยุโรป คว่ำบาตรน้ำมันและก๊าซจากรัสเซียที่ส่งผ่านทางท่อ รัสเซียจึงเปลี่ยนเส้นทางการขนส่งไปยังเรือบรรทุกน้ำมันที่มุ่งหน้าไปยังเอเชียโดยลดราคาให้พิเศษ อย่างไรก็ตามในการทำเช่นนั้นรัสเซียต้องเจรจาผ่านจุดยุทธศาสตร์สำคัญหลายแห่งที่ควบคุมโดยประเทศสมาชิกนาโตโดยเฉพาะอย่างยิ่งช่องแคบตุรกีและเดนมาร์ก ซึ่งคิดเป็น 20% และ 35% ของการส่งออกน้ำมันดิบตามลำดับ

ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกออกไป การจราจรผ่านคลองปานามานั้นค่อนข้างน้อยคิดเป็นเพียง 3% ของการค้าทางทะเลทั้งหมด แต่ความสำคัญของมันกลับไม่ปรากฏชัดเจน คลองนี้ช่วยให้กองทัพเรือสหรัฐฯ สามารถเคลื่อนย้ายเรือระหว่างมหาสมุทรแอตแลนติกและมหาสมุทรแปซิฟิก และจัดการการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ของอเมริกาประมาณ 40%

หลายประเทศเพิ่มความพยายามเพื่อลดความเปราะบางของตน ไม่ว่าจะเป็นการกระจายแหล่งซัพพลายเออร์ การสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ หรือการนำเทคโนโลยีทางเลือกมาใช้ เช่น พลังงานหมุนเวียน แต่แผนเหล่านี้จะต้องใช้เวลาหลายปี หรืออาจเป็นหลาย 10 ปีกว่าจะเห็นผล หากสงครามยืดเยื้อโลกจะต้องพึ่งพาความสามารถในการปรับตัวของเครือข่ายโลจิสติกส์ระดับโลกไปอีกระยะหนึ่ง ความผันผวนเช่นนี้เป็นผลลัพธ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของภูมิศาสตร์ที่สำคัญของโลก

ที่มาข้อมูล : https://www.economist.com/briefing/2026/03/26/hormuz-is-not-the-only-weak-spot-for-global-trade

กลับสู่ด้านบน

combo-icon
certified

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

DAOL Contact Center 1538 กด 1contactcenter@daol.co.th

DAOL Contact Center Address เลขที่ 87/2 อาคารซีอาร์ซีทาวเวอร์ ชั้นที่ 18 ออลซีซั่นส์เพลส ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

 

  TradingView   Facebook YouTube LINE TikTok

logo

and our member companies

บริษัทหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรีท แมเนจเมนท์บริการสินเชื่อ

©2026 บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สงวนลิขสิทธิ์