
เมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัทเกมยักษ์ใหญ่ Electronic Arts ถูกขายให้กับกลุ่มนักลงทุนซึ่งรวมถึงกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติซาอุดีอาระเบีย (PIF) และบริษัทลงทุน Silver Lake และ Affinity Partners ของ จาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ในราคา 55,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
เชื่อกันว่าเป็นหนึ่งในข้อตกลงซื้อกิจการโดยใช้เงินกู้ยืมจำนวนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ และยังเป็นการซื้อขายครั้งใหญ่เป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์วงการเกม รองจาก Microsoft ที่ซื้อ Activision Blizzard บริษัทผู้สร้างเกม "Call of Duty" ในราคา 69,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2023
การขายกิจการของ Electronic Arts ยังเปิดเผยให้เห็นถึงความสำคัญทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นของอุตสาหกรรมเกมและความสนใจที่เพิ่มมากขึ้นจากนักลงทุนระดับโลกรายใหญ่ เช่น ซาอุดีอาระเบียที่ต้องการได้รับประโยชน์จากอิทธิพลทางวัฒนธรรมและการเงินของภาคส่วนนี้
จากข้อมูลของ Newzoo บริษัทวิเคราะห์ตลาดอุตสาหกรรมเกม ระบุว่า ตลาดเกมทั่วโลกมีมูลค่า 213.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 6.1% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว มานู โรซิเยร์ ผู้อำนวยการฝ่ายข้อมูลการตลาดของบริษัท กล่าวว่า การเติบโตของตลาดเกมนั้นครอบคลุมในทั้ง 3 แพลตฟอร์มหลัก ได้แก่ มือถือ คอนโซล และ PC
ปัจจุบันธุรกิจเกมสามารถแข่งขันกับธุรกิจภาพยนตร์และเพลงได้อย่างสบายและบางคนอาจมองว่ามีความสำคัญทางวัฒนธรรมและเข้าถึงผู้คนได้มากกว่าด้วย หากรวบรวมข้อมูลการสมัครสมาชิกเพลงและตลาดซื้อขายเพลงเข้ากับรายได้จาก Box Office ของโรงภาพยนตร์แล้ว การใช้จ่ายด้านเกมจะมากกว่าถึง 3 เท่า
โจสต์ แวน ดรูเนน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำวิทยาลัยธุรกิจ NYU Stern ระบุว่า การสร้างชุมชนในเกมเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโต ความสำคัญทางวัฒนธรรมของความบันเทิงแบบ Interactive ได้ขยายตัวอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากผู้เล่นหลายล้านคนทั่วโลกได้มีความสนใจจากการเล่นเกมด้วยกันทางออนไลน์
อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมกำลังเผชิญกับความท้าทายที่สำคัญ เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ นั่นคือเรื่อง ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และข้อมูลจำนวนมหาศาลที่สร้างขึ้นโดย AI ที่กำลังหลั่งไหลเข้าสู่ตลาดดิจิทัล มีข้อมูลชัดเจนว่าบรรดาเกมเมอร์มีทัศนคติต่อต้าน AI จากการสำรวจล่าสุดของ Quantic Foundry บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลเกม พบว่า 85% ของผู้ตอบแบบสอบถามมีทัศนคติที่ไม่เป็นกลางต่อ AI
อีกหนึ่งความท้าทายที่ AI นำมาสู่อุตสาหกรรมเกมคือเรื่องต้นทุน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI และ DATA CENTER ทำให้ความต้องการชิปและหน่วยความจำเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้ราคาสูงขึ้น เมื่อเร็วๆ นี้ Nvidia ได้เตือนลูกค้ารายใหญ่บางรายว่าราคาเซมิคอนดักเตอร์อาจเพิ่มขึ้นมากถึง 15%
นั่นทำให้ต้นทุนชิ้นส่วนสำหรับอุตสาหกรรมเกมสูงขึ้น เห็นได้ชัดในทุกแพลตฟอร์ม ทั้งการประกอบและอัปเกรดคอมพิวเตอร์ PC ราคาเกมคอนโซลที่พุ่งสูงขึ้นในช่วงกลางวัฏจักรแทนที่จะลดลงเหมือนในรุ่นก่อน ๆ และราคาสมาร์ทโฟนที่เพิ่มสูงขึ้น
ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้การเปิดตัวเครื่องเล่นเกมรุ่นใหม่ล่าช้าออกไปในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า และอาจเพิ่มแรงกดดันให้กับภาคอุตสาหกรรมที่กำลังเผชิญกับปัญหาทางการเงินอื่น ๆ อยู่แล้ว
ความท้าทายอีกประการหนึ่งคือการรักษาฐานผู้เล่นเกมไว้และดึงดูดผู้เล่นใหม่ ปัจจุบันมีผู้เล่นเกมทั่วโลก 3.7 พันล้านคน คิดเป็นมากกว่า 40% ของประชากรโลก และมากกว่า 60% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั้งหมด และมีสัญญาณบ่งชี้ว่าการเติบโตของผู้เล่นใหม่กำลังชะลอตัวลง
อุตสาหกรรมเกมกำลังพัฒนาไปอย่างไร
ในงาน Gamescom 2026 ที่เมืองโคโลญจน์ ประเทศเยอรมนี ที่จัดขึ้นเมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาบรรดาผู้ประกอบการยังมีมุมมองที่ดีต่ออนาคตของอุตสาหกรรมเกม นอกเหนือจากความกังวลเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์แล้ว ยังมีความเชื่อที่ว่าเทคโนโลยีนี้อาจช่วยลดต้นทุนได้อย่างมาก บริษัทเกมต่าง ๆ นำ AI มาใช้ทดแทนงานที่ทำแบบประจำแบบเดิม ๆ เช่น งานเตรียมการผลิตและการเขียนโค้ด ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลา เพิ่มประสิทธิภาพ และลดต้นทุน
ส่วนเรื่องความสามารถในการพัฒนาประสบการณ์การเล่นเกมนั้นเกมเมอร์หลายคนยังคงไม่แน่ใจ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะนิยามของคำว่า "เกมเมอร์" ได้เปลี่ยนไป ซึ่งช่วยให้อุตสาหกรรมเกมพัฒนาไปด้วยเช่นกัน เมื่อหลายสิบปีก่อน เกมส่วนใหญ่เน้นการเล่นคนเดียวและขับเคลื่อนด้วยเนื้อเรื่อง แต่ปัจจุบัน เกมเน้นปฏิสัมพันธ์ทางสังคมมากขึ้นและให้ความสำคัญกับเรื่องราวน้อยลง
อย่างไรก็ตาม นั่นก็ก่อให้เกิดความท้าทายอีกประการหนึ่งเช่นกัน โดยผู้พัฒนาต้องแข่งขันกันเพื่อดึงดูดความสนใจของเกมเมอร์หลายพันล้านคนทั่วโลกในตลาดที่มีการแข่งขันสูงขึ้น ขณะเดียวกันตลาดมีการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวเองอยู่ตลอดเวลา บริษัทต่าง ๆ ต้องเผชิญกับความท้าทายในการคิดค้นนวัตกรรมและนำเสนอประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้แก่ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง
ที่มาข้อมูล : www.dw.com
©2026 บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สงวนลิขสิทธิ์