เรายังคงน้ำหนักการลงทุน “เท่ากับตลาด” สำหรับกลุ่มพลังงาน โดยเราเชื่อว่าราคาน้ำมันจะยังคงแข็งแกร่งใน 4Q26E หนุนโดยความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical risk) ที่กลับมาสูงขึ้นของสงครามในตะวันออกกลาง รวมถึง สงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครนที่เข้มข้นมากขึ้น สำหรับภาพรวมตลาดน้ำมันในปี 2026E เราเชื่อว่าตลาดจะมีความตึงตัวและเห็นอุปทานขาดแคลน (supply deficit) ในระยะสั้นจากผลกระทบของสงครามและการขนส่งทางทะเลจากตะวันออกกลางที่ลดลง ทั้งนี้ เราคาดด้วยว่าราคาน้ำมันดิบจะได้แรงหนุนจากปริมาณการนำเข้าที่ฟื้นตัวของจีนและปริมาณสำรองน้ำมันยุทธศาสตร์ (SPR) ที่ต่ำเป็นประวัติการณ์ของสหรัฐอเมริกา (US) นอกจากนี้ แม้เราคาดว่าตลาดผลิตภัณฑ์น้ำมันจะได้แรงหนุนจากปริมาณสินค้าคงคลัง (inventories) ที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยจากผลกระทบของสงครามซึ่งจะส่งผลให้ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันและราคาน้ำมันดิบ (crack spread) สูงขึ้นใน 3Q26E แต่เราคาดว่าค่าการกลั่นตลาด/ค่าการกลั่นพื้นฐาน (market GRM/operating GRM) น่าจะผ่านจุดสูงสุดของปีไปแล้ว นอกจากนี้ เราคาดว่าค่าการตลาด (marketing margin) จะฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไปแต่ก็ยังอาจเห็นแรงกดดันในอนาคตจากสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (oil fuel fund) ที่ติดลบมากขึ้น
ดัชนีกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้น 20% และ outperform SET 5% ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา สอดคล้องกับแนวโน้มราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น ทั้งนี้ เราเลือก PTTEP (ซื้อ/เป้า 180.00 บาท) เป็น Top pick ของกลุ่มพลังงาน โดยเราเชื่อว่าภาพรวมกำไรของ PTTEP จะได้แรงหนุนจากราคาขายเฉลี่ย (blended ASP) ที่ทรงตัวในระดับสูง