เรายังคงน้ำหนักการลงทุน “เท่ากับตลาด” สำหรับกลุ่มพลังงาน เราได้ทำการวิเคราะห์ผลกระทบที่เป็นไปได้จากสงครามระหว่างอิสราเอล/สหรัฐอเมริกา (US) และอิหร่าน และเชื่อว่าจะมีผลกระทบในระยะสั้นเท่านั้นในสถานการณ์กรณีฐาน (base case scenario) ของเรา (2-4 เดือน) โดยตอนนี้เราชอบหุ้นกลุ่มพลังงานปลายน้ำมากที่สุดจาก valuation ที่ยังไม่แพง โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้
- ปัจจัยเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical risk) ระหว่างอิสราเอลและอิหร่านได้แตะระดับสูงสุดแล้วในมุมมองของเรา หลังจากที่ US และอิสราเอลได้ร่วมมือกันโจมตีอิหร่านซึ่งส่งผลให้ผู้นำสูงสุดเสียชีวิตและสร้างความเสียหายให้กับความสามารถทางทหารของอิหร่าน
- การตอบโต้ของอิหร่านลามไปยังหลายประเทศอาจทำให้สงครามลุกลามออกไปและอาจสร้างผลกระทบให้กับอุปทานน้ำมันโลกจากการทำให้การขนส่งผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) มีความยากลำบาก โดยล่าสุดมีรายงานว่าบริษัทประกันภัยความเสี่ยงจากสงครามได้ดำเนินการออกประกาศยกเลิกกรมธรรม์สำหรับเรือที่ปฏิบัติงานในตะวันออกกลางแล้ว
- OPEC+ ประกาศเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันสำหรับเดือน เม.ย.2026 ที่ 206 พันบาร์เรลต่อวัน (kbd) ในเดือน เม.ย.2026
ดัชนีกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นมา 28% และ outperform SET 6% ในช่วง 3 เดือน สะท้อนความกังวลต่อสงครามที่อาจจะเกิดขึ้น ทั้งนี้ เราเลือก OR (ซื้อ/เป้า 18.00 บาท) เป็น Top pick ของกลุ่มพลังงานโดยเราเชื่อว่าบริษัทจะได้ประโยชน์จากแนวโน้มค่าการตลาด (marketing margin) ที่ทรงตัวสูงใน 2Q26E ในขณะที่ คาดว่าผลกระทบจากราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นที่เป็นไปได้น่าจะถูกชดเชยด้วยการช่วยเหลือของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (oil fuel fund) ซึ่งปัจจุบันมีสถานะที่แข็งแกร่งมากขึ้น