เรายังคงน้ำหนักการลงทุน “เท่ากับตลาด” สำหรับกลุ่มพลังงาน โดยเราเชื่อว่าราคาน้ำมันจะยังคงแข็งแกร่งใน 2Q26E ก่อนที่จะเริ่มปรับสู่ระดับปกติมากขึ้นใน 2H26E อย่างไรก็ดี แม้เราคาดว่าสงครามอิสราเอล/สหรัฐอเมริกา (US)-อิหร่านจะยุติลงใน 2H26E ทั้งนี้ เราเชื่อว่าราคาน้ำมันดิบจะกลับสู่ระดับปกติแบบค่อยเป็นค่อยไปเนื่องจากเราคาดว่าอุปทานที่ได้รับผลกระทบจากสงครามจะใช้หลายเดือนในการฟื้นฟูกลับมาสู่ระดับก่อนสงครามจะเริ่มต้น สำหรับภาพรวมตลาดน้ำมันในปี 2026E เราเชื่อว่าตลาดจะมีความตึงตัวและเห็นอุปทานขาดแคลน (supply deficit) ในระยะสั้นจากผลกระทบของสงครามและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ในขณะเดียวกัน เราคาดว่าตลาดผลิตภัณฑ์น้ำมันจะได้แรงหนุนจากปริมาณสินค้าคงคลัง (inventories) ที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยจากผลกระทบของสงครามซึ่งจะส่งผลให้ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันและราคาน้ำมันดิบ (crack spread) สูงขึ้นใน 2Q26E นอกจากนี้ เราคาดว่าค่าการตลาด (marketing margin) น่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วใน 1Q26 แต่อาจเห็นแรงกดดันในอนาคตจากสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (oil fuel fund) ที่กลับมาติดลบมากขึ้นหลังสงครามอิสราเอล/US-อิหร่านเริ่มขึ้น
ดัชนีกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้น 27% และ outperform SET 3% ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา สอดคล้องกับแนวโน้มราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น ทั้งนี้ เราเลือก PTTEP (ซื้อ/เป้า 180.00 บาท) เป็น Top pick ของกลุ่มพลังงาน โดยเราเชื่อว่าภาพรวมกำไรของ PTTEP จะได้แรงหนุนจากราคาขายเฉลี่ย (blended ASP) ที่ทรงตัวในระดับสูง นอกจากนี้ เราชอบ OR (ซื้อ/เป้า 15.00 บาท) จาก valuation ที่ไม่แพงและแนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นต่อลิตร (GP/litre) ที่น่าจะค่อยๆฟื้นตัวแม้อาจจะมีแรงกดดันจากสถานะ oil fuel fund ที่ติดลบ