
เราคาดกำไรสุทธิรวม 3Q26E ของกลุ่มธนาคารจะอยู่ที่ 5.6 หมื่นล้านบาท (-9% YoY, +2% QoQ)
1) กำไรลดลง YoY ส่วนใหญ่เกิดจาก NIM ที่ลดลงตามอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ลดลง และมีกำไรจากเงินลงทุนและกำไรจาก FVTPL ลดลง ขณะที่กำไรเพิ่มขึ้น QoQ เพราะมีการตั้งสำรองฯที่ลดลง โดยธนาคารที่มีกำไรเติบโตได้ดี YoY คือ KKP +23% YoY, TTB +3% YoY และ TISCO +2% YoY ส่วนธนาคารที่มีกำไรเติบโต QoQ คือ BBL +11% QoQ, KTB +10.5% QoQ
2) สินเชื่อรวม 3Q26E จะเพิ่มขึ้น +4% YoY และ +0.2% QoQ หรือคิดเป็น +2.7% YTD จากสินเชื่อภาครัฐและรายใหญ่เป็นหลัก ส่วน NPL จะเพิ่มขึ้นใน 3Q26E มาอยู่ที่ 3.11% จาก 2Q26 ที่ 3.02% แต่ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้
3) อัตราเงินปันผลเฉลี่ยของกลุ่มธนาคารยังสูงที่ 6% ซึ่งช่วยหนุนราคาหุ้นไปต่อได้ โดยเราคาดว่า SCB จะมีอัตราเงินปันผลสูงที่สุดในกลุ่มที่ 6.7% รองลงมาเป็น KTB, TISCO ที่ 6.3% และ KKP ที่ 6.1% ขณะที่ TTB, KBANK มี Upside เพิ่มหากนำเงินที่เหลือจากโครงการซื้อหุ้นคืนมาจ่ายเงินปันผลเพิ่ม
คงประมาณการกำไรสุทธิของกลุ่มธนาคารปี 2026E อยู่ที่ 2.21 แสนล้านบาท ลดลง -1.5% YoY จาก NIM ที่ลดลง ส่วนสำรองฯมีแนวโน้มลดลงได้ดีเนื่องจากมีการตั้งเผื่อมาตลอดในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา
คงน้ำหนักการลงทุนเป็น “มากกว่าตลาด” เพราะอัตราเงินปันผลเฉลี่ยของกลุ่มธนาคารอยู่ที่ราว 6% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหุ้นที่ 3% ด้าน valuation ยังไม่แพง โดยซื้อขายที่ระดับเพียง 0.95x PBV (-0.25SD below 10-yr average PBV) โดยเราเลือก KBANK (ซื้อ/เป้า 270.00 บาท) และ KTB (ซื้อ/เป้า 50.00 บาท) เป็น Top pick
กลับสู่ด้านบน
©2026 บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สงวนลิขสิทธิ์