เรามีมุมมองเชิงลบต่อแนวโน้มผลประกอบการระยะสั้น ดังนี้
1) เราประเมินกำไรสุทธิ 1Q26E ที่ 82 ล้านบาท (-68% YoY, -51% QoQ) โดยกำไร YoY ลดลง เนื่องจาก GPM จะปรับตัวลดลงเหลือ 37.5% เทียบกับ 1Q25 อยู่ที่ 41.8% โดยถูกกดดันจากต้นทุน surfactant ที่สูงขึ้น และ product mix ที่เปลี่ยน นอกจากนั้น SG&A จะปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายด้านการตลาดเพิ่มขึ้น จากการออกสินค้าใหม่ค่อนข้างมาก ด้านกำไร QoQ ลดลง โดยถูกกดดันจากรายได้ที่อ่อนตัวตามฤดูกาลและ SG&A ที่สูงขึ้น
2) ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2026E-27E ลงที่ -33% และ -16% ตามลำดับ เพื่อสะท้อนกำลังซื้อ และ GPM ที่ฟื้นตัวช้า เราประเมินกำไรสุทธิปี 2026E ที่ 403 ล้านบาท (-28% YoY) จาก GPM ที่ปรับตัวลดลง ด้านกำไรสุทธิปี 2027E คาดที่ 589 ล้านบาท (+46% YoY) จากรายได้ขยายตัวในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ และ GPM ขยายตัวจากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลงและ utilization rate ที่เพิ่มขึ้น
เราปรับคำแนะนำลงเป็น “ถือ” และปรับราคาเป้าหมายลงเป็น 18.00 บาท อิง PER 13.5x (เดิม “ซื้อ”ที่ราคาเป้าหมาย 27.00 บาท) ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยตั้งแต่เข้าเทรดในตลาด เพื่อสะท้อนการฟื้นตัวของกำไรที่ล่าช้ากว่าคาด และ downside risk ต่อ margin ในระยะสั้น เราแนะนำ “ถือ” จนกว่าจะเห็นการฟื้นตัวของกำลังซื้อทั้งในและต่างประเทศที่ชัดเจน
Key risks: ต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวน จากสงครามยืดเยื้อ