เราประมาณการกำไรสุทธิ 4Q25E ที่ 1.07 หมื่นล้านบาท ลดลง -9% YoY และ -11% QoQ โดย
1) ผลกระทบของแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาลงที่ทำให้ NIM ลดลงมาอยู่ที่ 3.36% จาก 3.86% ใน 4Q24 และจาก 3.41% ใน 3Q25
2) มีกำไรจาก FVTPL และกำไรจากเงินลงทุนลดลงตามสภาพตลาด แต่คาดรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น +6% YoY และ +2% QoQ จาก Wealth management และ Bancassurance ส่งผลให้รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น +5% YoY แต่ลดลง -17% QoQ
3) สำรองฯจะลดลง (-3% YoY, -12% QoQ) เพราะใส่ Management Overlay เพิ่มขึ้นมาตลอดทั้งปี ส่วน NPL ลดลงได้มาอยู่ที่ 3.28% จากไตรมาสก่อนที่ 3.30% จากสินเชื่อ SME และเช่าซื้อที่ดีขึ้น
คงประมาณการกำไรสุทธิปี 2026E อยู่ที่ 4.65 หมื่นล้านบาท ลดลง 2.6% YoY ซึ่งเป็นการหดตัวน้อยที่สุดในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ จากสำรองฯที่ลดลง
คงคำแนะนำ “ซื้อ” SCB ราคาเป้าหมายที่ 150.00 บาท อิง 2026E PBV ที่ 1.00x (-0.75SD below 10-yr average PBV) โดยเราคาดจะเป็นหุ้นที่ให้ Dividend yield ช่วง 2H25E สูงที่สุดในกลุ่มที่ 7% (ทั้งปี 2025E คิดเป็น Dividend yield ที่ 8%) โดยเรายังคงเลือก SCB เป็นหนึ่งใน Top pick ของกลุ่ม