เรายังคงมุมมองเป็นกลางต่อแนวโน้มกำไรปกติ 4Q25E ที่โดยภาพรวมจะยังใกล้เคียงกับประมาณการเดิมของเราอยู่ที่ 485 ล้านบาท +22% YoY, -16% QoQ โดยดีขึ้น YoY จาก OSV ที่ดีขึ้นมาก แต่ลดลง QoQ จาก FSU และ COC ที่ชะลอชั่วคราว โดยมีปัจจัยดังนี้
1) ธุรกิจ OSV จะดีขึ้นโดดเด่นสุด เนื่องจากมีเรือให้บริการเพิ่มต่อเนื่อง 4Q25E มีรับ crew boat 2 ลำ และเรือ AWB มีการปรับค่าเช่าเรือเพิ่ม 1 ลำ, ธุรกิจ PCT ดีขึ้นจากฐานต่ำใน 3Q25 ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ ไทย-กัมพูชา ซึ่งปัจจุบันได้ปรับไปให้บริการเส้นทางอื่นทดแทนหมดแล้ว ส่วนธุรกิจ FSU และ COC จะชะลอชั่วคราว โดย FSU ลูกค้ามีขอสลับเรือ และ COC มีเรือเข้า dry dock 1 ลำ
2) จะมีบันทึกรายได้อื่นราว 20 ล้านบาท จากการให้บริการลากเรือ AWB จากอู่เพื่อมาให้บริการลูกค้า
เรายังคงประมาณการกำไรปกติ 2025E/26E ที่ 2.0/2.2 พันล้านบาท (-4%/+10% YoY) โดยกำไรปกติปี 2026E จะกลับมาดีขึ้น จากแผนขยายกองเรือ ซึ่งปัจจุบันมีแผนจะรับมอบในปี 2026E จำนวน 5 ลำ แต่จะขายเรือเก่า 3 ลำ, ธุรกิจ OSV จะยังดีขึ้นโดดเด่นสุด จากการรับรู้รายได้จากเรือใหม่เต็มปี และธุรกิจ COC มีจำนวนวันให้บริการเพิ่มขึ้น เนื่องจากไม่มีเรือเข้า dry dock
ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 8.20 บาท อิง 2026E core PER ที่ 9.3 เท่า (-0.5SD below 5-yr average PER) จากกำไรปี 2026E ที่ดีขึ้นและมี upside หากรับเรือใหม่เพิ่ม รวมถึงเราประเมิน PRM จะจ่ายเงินปันผลงวด 2H25E อีก 0.25 บาทหุ้น คิดเป็น dividend yield ที่ 3.5%