STECON รายงานกำไรปกติ 4Q25 (ไม่รวมกลับสำรองจากโครงการ CFP และขาดทุนจากการตีมูลค่าทรัพย์สิน) อยู่ที่ 333 ล้านบาท ฟื้นจากขาดทุนปกติ 4Q24 ที่ -1.2 พันล้านบาท และโต +104% QoQ สูงกว่าตลาดคาดที่ 258 ล้านบาท และเราคาด 230 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสำคัญดังนี้
1) รายได้โต +38% YoY จาก backlog สูงขึ้น และเพิ่มขึ้น +41% QoQ จากการเร่งงานที่ล่าช้า
2) GPM อยู่ที่ 7.4% พลิกจาก 4Q24 ที่ -13% และดีขึ้น +20bps QoQ เป็นผลจากในปีก่อนบริษัทมีการรับรู้ต้นทุนส่วนเพิ่มงานบึงหนองบอน อีกทั้ง project mix และการจัดการต้นทุนโครงการดีขึ้น
3) SG&A/Sale เพิ่มขึ้น +30bps YoY จากค่าใช้จ่ายการเร่งงาน แต่ลดลง -80bps QoQ เป็นผลจากฐานรายได้สูงขึ้นและการบริหารต้นทุน
4) ส่วนแบ่งขาดทุนบริษัทร่วมอยู่ที่ -45 ล้านบาท ขาดทุนลดลง YoY จากการหยุดรับรู้สายสีชมพูและสายสีเหลืองตั้งแต่ 2Q25 แต่ขาดทุนมากขึ้น QoQ จากการเริ่มรับรู้ผลขาดทุน JV ร่วมกับ NOBLE
เราคงกำไรปกติปี 2026E ใกล้เคียงเดิมที่ 1.1 พันล้านบาท (+9% YoY) สำหรับแนวโน้ม 1Q26E เบื้องต้นประเมินกำไรจะชะลอ YoY จาก 1Q25 ที่มีเงินปันผล GULF ขณะที่ในปีนี้จะมีการรับรู้ใน 2Q26E และอ่อนตัว QoQ เป็นผลจากฐานสูงใน 4Q25 จากการเร่งงานบางโครงการ
คงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมาย 11.50 บาท อิง 2026E core PER 16x (-1SD below 5-yr average PER) จากแนวโน้มปี 2026E ขยายตัวดีและบริษัทมีการรับงานใหม่ต่อเนื่อง นอกจากนี้ประมาณการกำไรสุทธิยังมี upside จากการรับรู้การกลับสำรองโครงการ CFP จาก UJV เพิ่มเติม และเงินปันผลพิเศษจาก GULF อีกทั้งบริษัทประกาศกลับมาจ่ายปันผล 2025 ที่ 0.55 บาท/หุ้น XD 9 มี.ค.