เราประเมินว่า PTTGC จะรายงานขาดทุนสุทธิใน 4Q25E ที่ -7.8 พันล้านบาท เทียบกับ -1.17 หมื่นล้านบาทใน 4Q24 และ -2.9 พันล้านบาทใน 3Q25 โดยมีสมมติฐานที่สำคัญ ดังนี้
1) ธุรกิจโอเลฟินส์และโพลิเมอร์ (OLE&POL) จะเห็นอัตราการใช้กำลังการผลิต (utilisation rate) ที่ลดลงตามราคาและส่วนต่างราคา (petrochemical product price and spread) ที่อ่อนตัว อย่างไรก็ดี กลุ่มธุรกิจน่าจะได้ประโยชน์จากสัดส่วนการใช้วัตถุดิบอีเทน (ethane feedstock) ที่สูงขึ้น
2) ธุรกิจโรงกลั่นจะเห็นอัตราการใช้กำลังการกลั่น (refining run rate) ที่ลดลงตามแผนปิดซ่อมบำรุงเป็นระยะเวลา 50 วัน ขณะที่ ค่าการกลั่นตลาด (market GRM) ที่แข็งแกร่งจะถูกลดทอนด้วยการรับรู้ขาดทุนจากสต๊อก (stock loss net of NRV) ที่เป็นไปได้
3) ธุรกิจอะโรเมติกส์ (Aromatics) จะเห็น utilisation rate ที่ลดลงตามแผนการปิดโรงงาน ARO2 เป็นระยะเวลา 53 วัน ขณะที่บริษัท Allnex น่าจะเห็นปริมาณขายลดลง QoQ ตามปัจจัยฤดูกาล
เราคงประมาณการขาดทุนปกติปี 2025E ที่ -1.47 หมื่นล้านบาท เทียบกับ -1.14 หมื่นล้านบาทในปี 2024 โดยเราคาดว่าบริษัทจะขาดทุนเพิ่มขึ้นจาก petrochemical product price spread ที่ลดลง ทั้งนี้ หากประมาณการ 4Q25E เป็นไปตามที่เราคาด ผลประกอบการทั้งปีจะมี downside ประมาณ 29%
เราปรับลดคำแนะนำเป็น “ขาย” จากเดิม “ถือ” ที่ราคาเป้าหมายเดิมที่ 21.00 บาท อิง 2026E PBV ที่ 0.38x (ประมาณ -1.5SD ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย PBV 5 ปีย้อนหลัง) โดยเรามองว่าราคาที่ปรับตัวขึ้นมา 16% ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ได้สะท้อนความคาดหวังที่สูงต่อภาพรวมธุรกิจปิโตรเคมีที่มีอุปทานใหม่ลดลงในปี 2026E ไปมากแล้ว