เรามีมุมมองเป็นบวกจากการประชุมนักวิเคราะห์ (16 ก.พ.) จากเงินปันผลที่มีโอกาสมากกว่าที่คาด และ ROE ที่ยังจะเติบโตได้มากกว่า 10% โดย
1) ผู้บริหารตั้งเป้า ROE ที่ 10%++ จากปัจจุบันที่ 10.7% จากการเน้นกลยุทธ์การสร้างรายได้ โดยมุ่งใช้ Digital eco system และคาด Dividend payout จะมีโอกาสมากกว่าปี 2024 ที่ 49% ของกำไร เพราะมี Tier 1 อยู่ในระดับสูงมากถึง 19%
2) สินเชื่อจะโตได้ที่ 0-2% YoY (เราคาด 2% YoY) โดยจะเน้นสินเชื่อ High yield, NIM จะอยู่ที่ 2.35-2.50% (เราคาด 2.6%) และรายได้ค่าธรรมเนียมที่ Low to mid-single digit (เราคาด 4%) จาก Wealth management
3) ด้าน credit cost จะอยู่ที่เพียง 75-115bps (เราคาด 100bps), Cost to Income ที่ Low to mid-40 (เราคาด 42.4%) ขณะที่ NPL จะต่ำกว่า 3.10% (เราคาด 2.99%)
4) อัพเดท Virtual Bank ที่จะเริ่มดำเนินธุรกิจเดือน มิ.ย. 26 คาดหวังว่าจะ Breakeven ได้ภายใน 5 ปี
ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2026E-2027E เพิ่มขึ้นปีละ +2% จากการปรับ Credit cost และ NIM ลง ทำให้ได้กำไรสุทธิปี 2026E อยู่ที่ 4.7 หมื่นล้านบาท (-2% YoY) จาก NIM ที่ลดลง ทั้งนี้เรามีการปรับ Dividend payout ขึ้นมาอยู่ที่ 58% จากเดิมที่คาดไว้ที่ 50% ส่วน ROE คาดจะอยู่ที่ 10.5%
คงคำแนะนำ “ซื้อ” KTB แต่ปรับราคาเป้าหมายขึ้นมาอยู่ที่ 35.00 บาท อิง 2026E PBV ที่ 1.00x (+0.25SD below 10-yr average PBV) จากเดิมที่ 30.00 บาท จากการปรับกำไรและ PBV ขึ้น โดย KTB เป็นธนาคารที่มี Asset Quality ที่แข็งแกร่งจากการเน้นปล่อยสินเชื่อภาครัฐ ซึ่งเป็นสินเชื่อที่มีความเสี่ยงต่ำและรองรับกับสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงได้ โดยเรายังคงเลือก KTB เป็น Top pick