เราประเมินกำไรสุทธิ 3Q26E ที่ 768 ล้านบาท (-40% YoY, +678% QoQ) แต่หากไม่รวม FX loss จะมีกำไรปกติ 868 ล้านบาท (-29% YoY, +314% QoQ) โดยหดตัว YoY จากผลการดำเนินงานโรงไฟฟ้าน้ำงึม 2 (NN2) ที่ชะลอตัวจากปริมาณน้ำไหลเข้าที่ยังอยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้ปริมาณการผลิตไฟฟ้าลดลง ขณะที่โรงไฟฟ้าบางปะอิน (BIC) ได้รับผลกระทบจากต้นทุนก๊าซที่สูงขึ้น กดดัน GPM นอกจากนี้ เราคาดส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าไซยะบุรี (XPCL) ลดลง -6% YoY จากปริมาณน้ำที่สูงเกินระดับเหมาะสมและต้นทุนค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณการผลิต อย่างไรก็ตาม กำไรเพิ่มขึ้น QoQ ตามปัจจัยฤดูกาลจากปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูฝน และแรงหนุนของผลการดำเนินงานของ XPCL และ NN2
เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2026E ลง 11% แต่คงกำไรปี 2027E โดยเราคาดกำไรปกติ 2026E/27E ที่ 1.6/1.9 พันล้านบาท (-32%/+16% YoY) เนื่องจากระดับน้ำของ XPCL ที่สูงเกินระดับที่เหมาะสม และส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า ขณะที่ปริมาณน้ำของ NN2 ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ ส่งผลให้ผลประกอบการต่ำกว่าคาด อย่างไรก็ตาม เรายังคงคาดกำไรฟื้นตัวในปี 2027E จากระดับน้ำของ NN2 ที่มีโอกาสกลับสู่ภาวะปกติ
คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 3.00 บาท อิง DCF (WACC 6.4%, terminal growth 1.5%) หรือเทียบเท่า 2026E PER ที่ 13.6x (-1SD below 5-yr average PER) แม้เราปรับประมาณการกำไรลง แต่ Valuation ยังน่าสนใจ ปัจจุบันซื้อขายที่ core PER 2026E เพียง 11.7x ทั้งนี้ ในช่วง El Niño ปี 2023-24 หุ้นเคยซื้อขายในกรอบ 3.00-4.50 บาท จึงมองยังมี upside จากการฟื้นตัวของกำไรในปี 2027E