เรามีมุมมองเป็นบวกจากการขยายวงเงินซื้อหุ้นคืนและอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนรอบที่ 3 โดย
1) ประกาศเพิ่มวงเงินซื้อหุ้นคืนเป็นไม่เกิน 35,000 ล้านบาท จากเดิมที่ 21,000 ล้านบาท และมีโครงการซื้อหุ้นคืนรอบที่ 3 วงเงินสูงสุดไม่เกิน 9,614 ล้านบาท จำนวน 4,831 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 4.95% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ตั้งแต่วันที่ 20 ก.พ. – 19 ส.ค. 26 โดยเป็นการซื้อผ่านตลาดฯเหมือนรอบแรก ซึ่ง imply ว่าราคาซื้อหุ้นคืนเฉลี่ยจะอยู่ที่ 1.99 บาท (ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน -5%)
2) ประกาศเงินปันผลงวด 2H25 ที่ 0.068-0.071 บาทต่อหุ้น XD วันที่ 27 เม.ย. 26 คิดเป็น Dividend yield ที่ 3.2-3.4% ใกล้เคียงกับที่เราคาด (เราคาด 0.068 บาทต่อหุ้น) ทั้งนี้เงินปันผลปี 2025 ที่ 0.1341-0.1370 บาท คิดเป็น Dividend payout ที่ 63-64% เมื่อเทียบกับ 2024 ที่ 60%
3) จากโครงการซื้อหุ้นคืนที่สูงถึง 3.5 หมื่นล้านบาท จะส่งผลให้ ROE เพิ่มขึ้น โดยปี 2026E จะมี ROE อยู่ที่ 8.17% จากเดิมที่ 7.82% และปี 2027E จะมี ROE อยู่ที่ 7.37% จากเดิมที่ 6.65%
คงประมาณการกำไรสุทธิปี 2026E อยู่ที่ 1.9 หมื่นล้านบาท ลดลง -6% YoY จาก NIM ที่ลดลง
คงคำแนะนำ “ถือ” แต่ปรับราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.20 บาท อิง PBV 2026E ที่ 0.94x (-0.25SD below 10-yr average PBV) จากเดิมที่ 2.00 บาท อิง PBV 2026E ที่ 0.78x (-0.50SD below 10-yr average PBV) จากการปรับ PBV และ ROE เพิ่มขึ้น โดยมี Dividend yield ที่ราว 6% ขณะที่มีความเสี่ยงจากกำไรปี 2027E ที่จะหดตัวลงแรงจาก Tax benefit ที่หมดไป