1) แนวโน้ม 2Q26E ยัง conservative จากระดับน้ำของ NN2 ที่ลดลง โดยบริษัทประกาศเป้า declare ที่ 385 GWh ขณะที่ XPCL เดือน เม.ย. อ่อนตัว YoY จากการปล่อยน้ำของเขื่อนจีนที่ลดลง แต่ภาพรวมเดือน พ.ค. เริ่มฟื้นตัวดีขึ้น YoY
2) โรงไฟฟ้า BIC มีแผน planned shutdown บางส่วนเป็นเวลา 1 สัปดาห์ในเดือน มิ.ย. 26
3) บริษัทคาด SG&A เพิ่มขึ้นเล็กน้อย +1-2% YoY ขณะที่เงินลงทุนโครงการ LPCL จะทยอยเพิ่มจาก 595 ล้านดอลลาร์ ณ 1Q26 สู่ 615 ล้านดอลลาร์ใน 2Q26E
4) บริษัทมองความเสี่ยง Super El Nino ยังประเมินได้ยาก เนื่องจากปริมาณน้ำขึ้นอยู่กับทิศทางและระยะเวลาของพายุเป็นหลัก โดยมีทีม hydro forecasting ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด
เราคงประมาณการกำไรปกติปี 2026E/27E ที่ 1.8/1.9 พันล้านบาท (-23%/+3% YoY) โดยคาดกำไรปี 2026E จะถูกกดดันจากฐานสูงเดิม ผลกระทบเอลนีโญต่อธุรกิจพลังน้ำในช่วง 2H26E และต้นทุนก๊าซที่ยังอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม คาดกำไรจะทยอยฟื้นตัวในปี 2027E จากแนวโน้ม hydrology ที่ดีขึ้นและการกลับมาดำเนินงานปกติของโรงไฟฟ้า
เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 3.00 บาท อิง DCF (WACC 6.4%, terminal growth 1.5%) หรือเทียบเท่า 2026E PER ที่ 13.6x (-1SD below 5-yr average PER) โดยแม้ราคาหุ้นจะ underperform SET -8% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา จากความกังวลเอลนีโญ แต่เรามองว่าราคาหุ้นสะท้อนความเสี่ยงไปมากแล้ว ปัจจุบันซื้อขายที่ 2026E PER เพียง 10.2x (-2SD) และ PBV ต่ำเพียง 0.6 เท่า ขณะที่ช่วงปี 2023-24 ที่ได้รับผลกระทบเอลนีโญ ราคาหุ้นยังเคยซื้อขายในกรอบ 3.00 - 4.50 บาท