เราปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” (เดิม “ถือ”) และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 14.00 บาท (เดิม 11.50 บาท) อิง SOTP ตามการปรับประมาณการขึ้น รวมถึงปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2026E เรามีมุมมองเป็นบวกจากการประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ (5 ส.ค.) จากประเด็น tariffs ที่ชัดเจนขึ้นและแนวโน้ม 2H25E มีโอกาสกลับมาฟื้นตัว HoH โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้ 1) จากระดับ tariffs ที่ 19% ซึ่งใกล้เคียงประเทศคู่แข่ง บริษัทมองว่าจะยังรักษาความสามารถในการแข่งขันได้ ขณะที่บริษัทมีข้อได้เปรียบจากฐานการผลิตที่อยู่ในหลายพื้นที่, 2) แม้ว่าอาจยังต้องจับตาดูผลกระทบภาษีต่อภาคการบริโภค แต่เชื่อว่า 2H25E จะฟื้น HoH หนุนโดยปัจจัยฤดูกาล ลูกค้าผ่อนคลายนโยบาย wait & see และต้นทุนทูน่ายังอยู่ในระดับ favorable, และ 3) คาดการณ์ธุรกรรมการซื้อหุ้นของมิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น จะคืบหน้าใน ก.ย. 2025 ขณะที่ synergy โดยเฉพาะในธุรกิจ Frozen และ PetCare จะชัดเจนขึ้นในปี 2026E
เราปรับกำไรปกติปี 2025E/26E ขึ้น +8%/+10% เป็น 4.4 พันล้านบาท/4.7 พันล้านบาท (-13% YoY/+8% YoY) จากการปรับสมมติฐาน GPM ขึ้นเพิ่มเติม หลักๆ จากธุรกิจ Ambient สำหรับ 3Q25E เบื้องต้นประเมินกำไรปกติจะชะลอ YoY แต่มีโอกาสทรงตัว QoQ จากผลกระทบ tariffs แต่ถูกชดเชยบางส่วนจาก high season ของธุรกิจ Ambient
ราคาหุ้น outperform SET +13% ในช่วง 1 เดือน จากความคืบหน้าการเจรจานโยบาย tariffs ทั้งนี้เราปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” จากแนวโน้ม 2H25E มีโอกาสดีขึ้น HoH รวมถึง overhang จากประเด็น tariffs ผ่อนคลายขึ้น ขณะที่เรามองว่าราคาหุ้นค่อนข้างสะท้อนความกังวลของผลการดำเนินงานปีนี้ที่ชะลอตัวแล้ว