เราประเมินกำไรสุทธิ 3Q26E ที่ 6.0 พันล้านบาท (-8% YoY, -20% QoQ) แต่หลังหักรายการพิเศษจากการปิดสาขาของ CPAXT ราว 1 พันล้านบาท เราคาดกำไรปกติที่ 7.2 พันล้านบาท (+8% YoY, -5% QoQ) โดยกำไรปกติเพิ่มขึ้น YoY จากรายได้ธุรกิจ CVS ที่เติบโตตามการขยายสาขาและ SSSG คาดเป็นบวกราว 2% ส่วน GPM จะยังทรงตัวในระดับสูงจากสัดส่วนสินค้า RTE/RTD ที่มีมาร์จิ้นสูงและเติบโตได้ดี ขณะที่กำไรลดลง QoQ จากรายได้ที่ชะลอตัวตามปัจจัยฤดูกาล และ SG&A/sales ที่เพิ่มขึ้นเป็น 21.6% จาก 20.9% ใน 2Q26 ตามค่าใช้จ่ายในการเปิดสาขาใหม่และยอดขายที่อ่อนตัวลง ประกอบกับ GPM ที่อ่อนตัวเล็กน้อยจาก 22.82% ใน 2Q26 จากต้นทุนค่าขนส่งที่ยังอยู่ในระดับสูงตามราคาพลังงาน
เราคงประมาณการกำไรปี 2026E/27E ที่ 3.3/3.5 หมื่นล้านบาท (+18%/+6% YoY) โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายสาขา ควบคู่กับการออกสินค้าใหม่ (NPD) และการบริหาร product mix แม้กำลังซื้อยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ทั้งนี้ คาดกำไร 9M26E คิดเป็น 72% ของประมาณการทั้งปี และเราคาดกำไร 4Q26E จะเติบโตทั้ง YoY จากฐานต่ำในปีก่อน และ QoQ ตามปัจจัยฤดูกาล รวมถึงผลกระทบจากโครงการไทยช่วยไทยพลัสที่ลดลงและการปรับพอร์ตสาขาของ CPAXT ผ่านการปิดสาขาที่ขาดทุน
เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 63.00 บาท อิง PER ปี 2026E ที่ 17.0x (-1.1SD below 5-year average PER) จากแนวโน้มกำไรที่ยังเติบโตต่อเนื่องจากการขยายสาขา การบริหาร product mix และการเติบโตของธุรกิจ O2O ขณะที่ valuation ยังอยู่ในระดับน่าสนใจ เนื่องจากคิดเป็น 2026E PER เพียง 11.9x และเรามองว่าราคาหุ้นยังไม่สะท้อนแนวโน้มผลประกอบการที่ยังปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงกำไรปี 2026E ที่คาดทำ New high ต่อเนื่อง