TOP รายงานกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 2.5 พันล้านบาท (-11% YoY, +15% QoQ) สูงกว่าเราและตลาดคาด 13%/7% ตามลำดับ จากอัตราการใช้กำลังการกลั่น (refinery run rate) และค่าการกลั่นตลาด (market GRM) ที่สูงกว่าคาด ทั้งนี้ บริษัทรายงานตัวเลขดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้
1) ธุรกิจโรงกลั่นรายงาน EBITDA ที่ 3.0 พันล้านบาท (-25% YoY, +18% QoQ) โดยลดลง YoY หลักๆจากผลขาดทุนจากสต๊อก (stock loss net of NRV) ที่สูงขึ้น ขณะที่ดีขึ้น QoQ ตามแนวโน้ม market GRM ที่สูงขึ้น
2) ธุรกิจปิโตรเคมี (อะโรเมติกส์และโอเลฟินส์) มี EBITDA รวมที่ 838 ล้านบาท (ทรงตัว YoY, +1,115% QoQ) โดยสูงขึ้น QoQ หลังโรงงาน Aromatics กลับมาจากการปิดซ่อมบำรุง
3) ธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานรายงาน EBITDA ที่ 1.3 พันล้านบาท (+37% YoY, +105% QoQ) สูงขึ้น YoY ตามแนวโน้ม P2F margin ที่ดีขึ้น ขณะที่ ฟื้นตัว QoQ ตามอัตราการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้น
เราคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2026E ที่ 8.8 พันล้านบาท (-40% YoY) หลักๆจากการรับรู้ค่าความนิยมติดลบ (negative goodwill) และกำไรจากการซื้อคืนหุ้นกู้ ขณะที่ คาดว่ากำไรจะกลับมาโต 11% ในปี 2027E เป็น 9.8 พันล้านบาท หนุนโดย market GRM ที่สูงขึ้น ทั้งนี้ TOP ประกาศจ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการปี 2025 ที่ 1.0 บาทต่อหุ้น โดยจะขึ้น XD วันที่ 25 ก.พ.2026
เราคงคำแนะนำ “ถือ” แต่ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 50.00 บาท (จากเดิม 40.00 บาท) อิง 2026E PBV ใหม่ที่ 0.63x (ประมาณ -0.8SD ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย PBV 5 ปีย้อนหลัง) เพื่อสะท้อนภาพรวมธุรกิจของ TOP ที่แข็งแกร่งมากขึ้นในปี 2026E