เราประเมินกำไรสุทธิ 2Q26E ที่ 911 ล้านบาท (+78% YoY, +160% QoQ) ขณะที่กำไรปกติ (รวมเฉพาะรายได้เงินปันผลปกติ) อยู่ที่ 462 ล้านบาท (+185% YoY, +199% QoQ) มีปัจจัยสำคัญดังนี้
1) รายได้ขยายตัว +5% YoY, +27% QoQ หลัง progress งานก่อสร้างเร่งตัวได้ดีตามแผนต่อเนื่อง ขณะที่ GPM ดีขึ้น +30bps YoY แต่ลดลง -30bps QoQ เป็นไปตาม project mix
2) SG&A/Sale ลดลง -100bps YoY, -90bps QoQ จากฐานรายได้ก่อสร้างสูงขึ้น รวมถึงใน 2Q25 มีประมาณการค่าใช้จ่ายโบนัสพนักงาน
3) มีเงินปันผลจาก GULF 238 ล้านบาท (ยังไม่รวมเงินปันผลพิเศษ 498 ล้านบาท) ขณะที่ในปีก่อนบันทึกใน 1Q25
เราคงประมาณการกำไรปกติปี 2026E ที่ 1.2 พันล้านบาท (+18% YoY) สำหรับ 3Q26E เบื้องต้นประเมินกำไรปกติจะปรับตัวดีขึ้น YoY เป็นไปตาม progress งานก่อสร้าง แต่คาดจะลดลง QoQ เนื่องจากไม่มีรายได้เงินปันผล
คงคำแนะนำ “ถือ” แต่ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 19.00 บาท (เดิม 13.50 บาท) โดยเราปรับวิธี valuation โดยใช้ SOTP เพื่อสะท้อนมูลค่าธุรกิจของบริษัทและการถือหุ้นบริษัทอื่น ซึ่งคิดเป็นมูลค่าธุรกิจของ STECON ราว 11.2 บาท และ GULF 7.8 บาท จากเดิมใช้ PER 17x (-0.5SD below 5-yr average PER) อย่างไรก็ตามเรามองว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นสูง +177% YTD ค่อนข้างสะท้อนปัจจัยบวกไปพอสมควรแล้ว ขณะที่ราคาหุ้นเริ่มกลับมา in line กับ SET ในช่วง 1 เดือน