เรามีมุมมองเป็นบวกต่อผลการดำเนินงาน 2QFY26 ที่มีกำไรสุทธิ 5.7 พันล้านบาท (+13% YoY, +23% QoQ) ดีกว่า consensus และเราคาดไว้ราว 10% โดยมีปัจจัยสำคัญ ดังนี้
1) จำนวนผู้โดยสาร 2QFY26 เติบโตอยู่ที่ 36.8 ล้านคน (+6% YoY, +7% QoQ) จาก high season การท่องเที่ยว แบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 22.4 ล้านคน (+4% YoY, +7% QoQ) กลับมาโตดี จากนักท่องเที่ยวจีนกลับมาฟื้นตัว ส่วนผลกระทบจากปัจจัยความขัดแข้งในตะวันออกกลางยังจำกัด ขณะที่ผู้โดยสารในประเทศเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็น 14.4 ล้านคน (+8% YoY, +6% QoQ)
2) กำไรสุทธิยังเติบโต YoY ได้ดี แม้มีการปรับลด MG สัญญาดิวตี้ฟรีกับคิงเพาเวอร์ อย่างไรก็ตาม 2QFY25 กำไรต่ำกว่าปกติ เนื่องจากมีค่าใช้จ่าย one-time จากการคืนเงินให้กับคิงเพาเวอร์จำนวน 802 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการเปิดใช้อาคาร SAT-1 ล่าช้ากว่าที่ประเมินไว้เดิม ซึ่งหากไม่มีรายการนี้ 2QFY25 จะมีกำไรราว 5.7 พันล้านบาท
เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิ FY26E ที่ 1.9 หมื่นล้านบาท +4% YoY ทั้งนี้ กำไร 1HFY26 คิดเป็น 55% จากทั้งปี สำหรับกำไร 3QFY26E มีแนวโน้มชะลอตัว เนื่องจากเริ่มเข้า low season รวมถึงปัจจัยสงครามที่ตะวันออกกลาง แต่กำไร 4QFY26E จะดีขึ้นมาก จากการปรับเพิ่ม PSC ตั้งแต่ 20 มิ.ย.2026 ขณะที่เรายังคงประมาณการกำไร FY27E จะเติบโตโดดเด่นเป็น 2.6 หมื่นล้านบาท +37% YoY
คงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมาย 60.00 บาท อิง DCF (WACC 7.0%, terminal growth 3.0%) โดยยังคงประเมินการปรับเพิ่ม PSC จะช่วยหนุนกำไรตั้งแต่ 4QFY26E และ FY27E ขณะที่ปัจจัยความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะยังเป็นแรงกดดันการท่องเที่ยว และแนวโน้มกำไร 3QFY26E ที่จะชะลอตัว