เรามีมุมมองเป็นบวกจากการประชุมนักวิเคราะห์ (17 ส.ค.) โดยมีประเด็นสำคัญ ดังนี้
1) SJWD ประเมินแนวโน้มธุรกิจ 2H26E จะยังเติบโต YoY ได้ต่อเนื่อง จากธุรกิจหลักที่ยังเติบโตดี ได้แก่ คลังสินค้าทั่วไป โมเมนตัม occupancy rate ยังคงสูงขึ้น และจะได้ปัจจัยหนุนเพิ่มจากกลุ่ม AI และ Data Center รวมถึง supply chain มีการใช้บริการเพิ่มมากขึ้น, ธุรกิจขนส่ง จากการขยายฐานลูกค้าเพิ่ม และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ, ธุรกิจห้องเย็น จากการเก็บเกี่ยวการลงทุนในช่วงที่ผ่านมา, Freight จากการเพิ่มบริการที่เป็น value added มากขึ้น หนุน GPM และ Overseas ที่แนวโน้มรายได้ในเวียดนาม, ฟิลิปปินส์ และลาว ยังเติบโตดี
2) SJWD คาดว่าในช่วง 2H26E จะมีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนเฉลี่ยไตรมาสละ 120 ล้านบาท
3) มีแผนนำคลัง ALPHA เข้า REIT (AIMIRT) 1 โครงการ ใน 4Q26E มูลค่า 800-900 ล้านบาท ส่วนปี 2027E มีแผนจัดตั้ง REIT ใหม่ สำหรับ ALPHA และมีแผนจะนำคลังสินค้าเข้ากอง REIT ใหม่นี้ราว 3.0-4.0 พันล้านบาท ในปี 2027E
เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2026E ขึ้น 4% เป็น 1.25 พันล้านบาท (+13% YoY) จากผลการดำเนินงาน 2Q26 ที่ดีกว่าที่เราคาด ทั้งนี้ กำไรปกติ 1H26 คิดเป็น 52% จากทั้งปี สำหรับแนวโน้ม 2H26E จะยังเติบโต YoY ตามกิจกรรมของธุรกิจโลจิสติกส์ที่ยังมีแนวโน้มสูง และการขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ รวมถึงแผนลดต้นทุนอย่างต่อเนื่องทั้ง SG&A และ financial cost จากแผนลดภาระหนี้
คงคำแนะนำ “ซื้อ” แต่ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 12.50 บาท (จากเดิม 12.00 บาท) อิง 2026E core PER ที่ 18 เท่า (-1.0SD below 5-yr average PER) เนื่องจากเรามีการปรับกำไรเพิ่มขึ้น โดยยังมีปัจจัยหนุนจากกำไร 2H26E จะยังโต YoY ได้ต่อเนื่อง ด้าน valuation ปัจจุบันยังน่าสนใจเทรดที่ 2026E core PER 14.7 เท่า คิดเป็น -1.5SD และ PBV ยังต่ำที่ 0.8 เท่า