เรากลับมาจัดทำบทวิเคราะห์ CKP ด้วยคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 3.00 บาท อิง DCF (WACC 6.4%, terminal growth 1.5%) โดยมีปัจจัย ดังนี้
1) แนวโน้มกำไร 1H26E เติบโตดี YoY จากปริมาณน้ำที่สูงกว่าปกติ ขณะที่แม้ 2H26E จะมีแรงกดดันจากเอลนีโญ ทำให้การเติบโต YoY ชะลอตัวลงจากฐานสูง แต่กำไรยังมีแนวโน้ม ขยายตัวต่อเนื่อง HoH
2) การหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า BIC1 ตามแผนในช่วงกลางปี จะกระทบกำไรชั่วคราวในช่วง 2H26E
3) GPM ในปี 2026E หดตัวเหลือ 27.4% จาก 27.8% ในปี 2025 จากต้นทุนก๊าซและการเปลี่ยนแปลงของ revenue mix จากการหยุดซ่อมบำรุง BIC1
เราประมาณการกำไรปกติปี 2026E/27E ที่ 1.8/1.9 พันล้านบาท (-23%/+3% YoY) โดยกำไรปี 2026E จะสูงกว่าช่วงปี 2023-24 ทีมีเอลนีโญเช่นกัน จากแรงหนุนของปริมาณน้ำในช่วง 1H26E แต่จะชะลอตัวจากฐานสูงในปี 2025 จากเอลนีโญที่กระทบการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำของโครงการ XPCL และ NN2 รวมถึงการหยุดซ่อมบำรุง BIC1 และต้นทุนก๊าซที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม เรามองว่าเป็นเพียงปัจจัยระยะสั้น และคาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัวในปี 2027E (+3% YoY) จากการฟื้นตัวของปริมาณน้ำและการดำเนินงานที่กลับสู่ภาวะปกติของโรงไฟฟ้า BIC1
ราคาหุ้นปรับตัวลงและ underperform SET -22% ในช่วง 3 เดือน จากความกังวลต่อสภาพอากาศที่อาจเข้าสู่เอลนีโญในช่วง 2H26E ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันกำไร อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นที่ปรับตัวลงมากจน valuation อยู่ในระดับที่น่าสนใจ เราจึงแนะนำ “ซื้อ” โดยปัจจุบันเทรดที่ 2026E PER เพียง 10.4x (-2SD below 5-yr average PER) และ PBV ต่ำเพียง 0.6 เท่า อีกทั้งราคาหุ้นยังเคลื่อนไหวใกล้ระดับต่ำสุด สะท้อน downside risk ที่จำกัด ขณะเดียวกัน เราคาดกำไรปี 2026E-27E จะมีทิศทางดีกว่าช่วงปี 2023-24 ที่เคยได้รับผลกระทบจากเอลนีโญ และราคาหุ้นซื้อขาย 3.00-4.50 บาท ในช่วงดังกล่าว