MINT ประกาศกำไรปกติ 4Q25 อยู่ที่ 3.47 พันล้านบาท (+21% YoY, +25% QoQ) (ทำจุดสูงสุดใหม่) มากกว่าที่ตลาดและเราคาดจากภาษีจ่ายน้อยกว่าคาดและขาย Residential ได้ดีกว่าคาด โดย
1) ธุรกิจโรงแรม ภาพรวม RevPAR เพิ่มขึ้นได้ตามคาด (+9% YoY, +1% QoQ) ถึงแม้ว่ายุโรป (+6% YoY, -7% QoQ) จะเริ่มเข้าสู่ช่วง Low season แต่ไทย (+15% YoY) และมัลดีฟส์ (+6% YoY) โตดี
2) ธุรกิจอาหารมี SSSG โดยรวมลดลงตามคาดที่ -2.6% YoY จาก 4Q24 ที่ -0.5% YoY และจาก 3Q25 ที่ -0.8% YoY เพราะไทย (-2.6% YoY) ได้รับผลกระทบจากโครงการคนละครึ่ง ส่วนจีน (+5.8% YoY) และออสเตรเลีย (+0.7% YoY) กลับมาฟื้นตัวได้ดี
3) SG&A to sale อยู่ที่ 33% ทรงตัวเมื่อเทียบกับ 4Q24 เพราะมีการบริหารค่าใช้จ่ายได้ดี ส่วนดอกเบี้ยจ่ายลดลง -11% YoY และ -5% QoQ จากอัตราดอกเบี้ยขาลง
ปรับประมาณการกำไรปกติปี 2026E-2027E เพิ่มขึ้น 8-10% จากการปรับดอกเบี้ยจ่ายลดลง ทำให้ได้กำไรปกติปี 2026E อยู่ที่ 1.07 หมื่นล้านบาท (+10% YoY) ขณะที่คาด 1Q26E จะเพิ่มขึ้น YoY เพราะเป็น High season ที่ไทยและมัลดีฟส์ แต่ลดลง QoQ จากยุโรปเป็น Low season โดยยอด On the book ใน 1Q26E โต YoY ได้ดี โดยไทย +8-9%, ยุโรป +4% และมัลดีฟส์ +double digit
คงคำแนะนำ “ซื้อ” MINT แต่ปรับราคาเป้าหมายปี 2026E เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 31.00 บาท อิง DCF (WACC ที่ 7%, terminal growth ที่ 1.5%) จากเดิมที่ 28.00 บาท จากการปรับกำไรเพิ่มขึ้น ด้าน Valuation ซื้อขายเพียง PER ที่ 14x ถูกสุดเมื่อเทียบกับ CENTEL ที่ 25x, ERW ที่ 19x