เรามีมุมมองเป็นบวกจากการประชุมนักวิเคราะห์ (8 พ.ค.) โดยมีปัจจัยสำคัญดังนี้
1) แนวโน้มธุรกิจ SPP ใน 2Q26E ยังแข็งแกร่ง โดย demand ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น QoQ ราว 40 GWh ขณะที่ demand ไอน้ำอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี แม้มีลูกค้าบางรายประกาศ force majeure แต่ยังรับไฟฟ้าเฉลี่ยราว 60–70% ของปริมาณเดิม
2) ต้นทุนก๊าซยังบริหารได้ดี แม้บริษัทติดตามราคา LNG อย่างใกล้ชิด โดยปัจจุบันอยู่ราว US$17/MMBTU ต่ำกว่าช่วงวิกฤตรัสเซีย-ยูเครนมาก ขณะที่ gas-linked volume ปรับเพิ่มเป็น 60% และคาดขึ้นสู่ 63% ช่วงปลายปี
3) บริษัทเห็นโอกาสเติบโตใหม่จากกลุ่ม data center, petrochemical และ industrial energy solutions ผ่าน GETZ โดยอิง demand ไฟฟ้าระยะยาวจากแผน PDP ใหม่
4) ธุรกิจ renewable overseas และ offshore wind มีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง จาก operating capacity ที่เพิ่มขึ้นของ AEPL และ availability ของ CFXD ที่ปรับดีขึ้น
เราประมาณการกำไรปกติปี 2026E/27E ที่ 5.9/6.3 พันล้านบาท (-18%/+7% YoY) โดยปี 2026E ถูกกดดันจากฐานสูงและต้นทุน LNG ที่ยังสูง แต่ downside จำกัดจากโครงสร้างต้นทุนแข็งแรง ขณะที่ปี 2027E คาดกลับมาเติบโตจากต้นทุนพลังงานที่ทยอยลดลง และการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ โดยเฉพาะ renewable และ Data Center
เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 2026E ที่ 44.50 บาท อิง DCF (WACC 5.6%, terminal growth 1.5%) แม้ราคาหุ้นฟื้นตัวบ้าง แต่ยัง underperform SET -8% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ทำให้มองเป็นจังหวะสะสม โดย valuation ปัจจุบันซื้อขายที่ PER 2026E 18.9x และยังมี upside จาก Data Center และแผน PDP ใหม่