เราประเมินว่า PTTGC จะรายงานกำไรสุทธิ 2Q26E ที่แข็งแกร่งที่ 8.6 พันล้านบาท เทียบกับขาดทุน -3.6 พันล้านบาทใน 2Q25 และกำไร 3.2 พันล้านบาทใน 1Q26 โดยมีแรงหนุนจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์ (olefins spread) ที่โดดเด่น โดยมีสมมติฐานสำคัญ ดังนี้
1) ธุรกิจสาย Olefins จะเห็นอัตราการใช้กำลังการผลิต (run rate) ที่สูงทั้งโรงแครกเกอร์ (cracker) และโรงงานผลิตพอลิเมอร์ (polymers) สอดคล้องกับ olefins spread ที่สูงหนุนโดยอุปทานในภูมิภาคที่ลดลงจากการขาดแคลนวัตถุดิบจากผลกระทบของสงครามอิสราเอล/สหรัฐอเมริกา (US)-อิหร่าน
2) ธุรกิจโรงกลั่นจะได้ประโยชน์จากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์และราคาน้ำมันดิบ (crack spread) แต่ ค่าการกลั่นตลาด (market GRM) มีแนวโน้มลดลง QoQ จากผลกระทบของพรีเมียมน้ำมันดิบ (crude premium) ที่สูงขึ้นและการปรับลดราคาหน้าโรงกลั่น (ex-refinery price) ของน้ำมันดีเซล
3) เราคาดว่าบริษัทจะรายงานผลขาดทุนจากสต๊อก (stock loss net of NRV) ในไตรมาสนี้ตามแนวโน้มราคาน้ำมันดิบที่ลดลงระหว่างไตรมาส ในขณะเดียวกัน บริษัทน่าจะมีรายการตั้งสำรองที่เกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างธุรกิจของบริษัท จีซี โพลีออลส์ จำกัด (GCP)
เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2026E/2027E ที่ 1.07/1.21 หมื่นล้านบาท เทียบกับ ขาดทุนสุทธิ -1.46 หมื่นล้านบาทในปี 2025 โดยมีสมมติฐานที่สำคัญ คือ 1) Market GRM ที่ดีขึ้น 2) การรับรู้ stock gain (net of NRV) และ 3) Olefins spread ที่สูงขึ้น
คงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมายเดิมที่ 44.00 บาท อิง 2026E PBV ที่ 0.66x (ประมาณ -0.5SD ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย PBV 5 ปีย้อนหลัง) เราเห็นถึง upside ที่เป็นไปได้ในการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน (JV) กับบริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) (SCC) ในอนาคต