OR รายงานกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 2.1 พันล้านบาท (-31% YoY, -21% QoQ) ดีกว่าเราและตลาดคาด 14%/12% ตามลำดับ จากกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตร (GP/litre) ที่สูงกว่าคาด โดยบริษัทมีผลการดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้ โดยมีสมมติฐานที่สำคัญ ดังนี้
1) ธุรกิจ Mobility เห็นปริมาณขายน้ำมันในประเทศที่ฟื้นตัวขึ้น QoQ ขณะที่ GP/litre ทรงตัวสูง QoQ ส่วน ธุรกิจ Lifestyle รายงาน EBITDA ที่อ่อนตัว QoQ ตามค่าใช้จ่ายในการโฆษณาและส่งเสริมการขายที่สูงขึ้นตามปัจจัยฤดูกาล
2) ธุรกิจ Global รายงาน EBITDA ที่เป็นลบหลักๆตามปริมาณขายน้ำมันรวมในกัมพูชาและฟิลิปปินส์ที่ลดลงแรง ขณะที่ GP/litre ลดลงในทุกตลาด นอกจากนี้ บริษัทรายงานการตั้งสำรองด้อยค่าของสินทรัพย์ (loss on impairment of assets) ของการลงทุนในบริษัทร่วมในไตรมาสนี้ด้วย
3) เราเชื่อว่าบริษัทจะเห็นปริมาณขายน้ำมันในประเทศที่สูงขึ้น QoQ ใน 1Q26E โดยได้แรงหนุนจากการบริโภคที่สูงขึ้นหลังมีการเลือกตั้ง ขณะที่ คาด GP/litre จะทรงตัวในระดับสูงได้จากแรงกดดันที่น้อยลงจากการที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (oil fuel fund) มีสถานะที่แข็งแกร่งขึ้น
เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2026E ขึ้น 8% เป็น 1.17 หมื่นล้านบาท เทียบกับ 1.13 หมื่นล้านบาทในปี 2025 หลักๆเพื่อสะท้อนสมมติฐาน GP/litre ที่สูงขึ้นชดเชยปริมาณขายน้ำมันในต่างประเทศที่อ่อนตัว ขณะที่ เราประเมินกำไรสุทธิโตอีก 5% ในปี 2027E หนุนโดยปริมาณขายน้ำมันที่เติบโต
เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 18.00 บาท (เดิม 16.00 บาท) อิง 2026E PER ที่ 18.5x (ประมาณ -1.0SD ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย PER 5 ปีย้อนหลัง) ทั้งนี้ OR ประกาศจ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการปี 2025 ที่ 0.3 บาทต่อหุ้น (สะท้อนอัตราตอบแทนที่ 2.2%) ขึ้น XD วันที่ 23 ก.พ.2026