เรามีมุมมองเป็นบวกต่อ outlook ของ BGRIM มากขึ้นจากเดิม โดยมีปัจจัยสำคัญดังนี้
1) เราปรับสมมติฐานต้นทุน LNG สำหรับปี 2026E-27E ลงจาก 330–350 บาท/MMBTU เป็น 310-320 บาท/MMBTU หลังราคาน้ำมัน Brent ปรับตัวลดลง และมีแนวโน้มต่ำกว่าที่เราประเมินไว้เดิม ส่งผลให้ต้นทุนเชื้อเพลิงของโรงไฟฟ้า SPP ปรับลดลงและหนุนการฟื้นตัวของ Spark Spread ในปี 2026E
2) Growth drivers ระยะกลาง-ยาวยังแข็งแกร่งจากโครงการ renewable ที่จะทยอย COD ในช่วงปี 2026E-28E นำโดยโครงการ offshore wind Nakwol-1 ในเกาหลีใต้ (179MW) รวมถึงโครงการ ARECO ในฟิลิปปินส์ (128MW) และ reNIKOLA ในมาเลเซีย (133MW) ซึ่งจะช่วยเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนและสนับสนุนการเติบโตของกำไรในระยะต่อไป
3) ธุรกิจ Data Center ร่วมกับ Digital Edge ยังเป็น S-Curve ใหม่ที่สำคัญ โดยปัจจุบัน Hyperscaler ได้จอง Capacity เต็ม 96MW แล้ว และคาดเริ่มรับรู้รายได้เฟสแรกในช่วงปลายปี 2026E
เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2026E/27E ขึ้น +7%/+6% เป็น 2.3/2.5 พันล้านบาท (+8%/+6%) เพื่อสะท้อนต้นทุน LNG ที่มีแนวโน้มปรับตัวลดลงและ margin กลุ่ม SPP ที่มีแนวโน้มดีขึ้นใน 2H26E รวมถึง demand ลูกค้า IU ที่ยังเติบโตและการทยอย COD ของโครงการใหม่ ขณะที่ปี 2027E กำไรจะฟื้นตัวจากต้นทุนก๊าซที่ผ่อนคลายมากขึ้น ประกอบกับการรับรู้รายได้เต็มปีจาก Nakwol-1 และโครงการ Renewable อื่นๆ รวมถึงธุรกิจ Data Center ที่จะ COD และรับรู้รายได้เต็มปีใน 2027E
เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” แต่ปรับราคาเป้าหมายปี 2026E ขึ้นเป็น 20.00 บาท อิง DCF (WACC 7.3%, terminal growth 1.5%) จากเดิม 17.00 บาท อิง DCF (WACC 7.6%, terminal growth 1.5%) เนื่องจากเรามีการปรับเพิ่มประมาณการกำไรขึ้น รวมถึงในระยะยาวบริษัทมีโอกาสได้รับประโยชน์จากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจาก Data Center และภาคอุตสาหกรรมภายใต้แผน PDP ใหม่