BCP รายงานกำไรสุทธิ 3Q26 ที่ 9.8 พันล้านบาท (+789% YoY, -20% QoQ) สอดคล้องกับที่ตลาดคาด โดยการเติบโต YoY หนุนโดยกำไรของธุรกิจโรงกลั่นที่แข็งแกร่ง แต่อ่อนตัว QoQ จากกำไรของธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ (OKEA) ที่ลดลง ทั้งนี้ บริษัทรายงานตัวเลขดำเนินงานที่สำคัญ
1) ธุรกิจโรงกลั่นยังคงเป็นปัจจัยผลักดันการเติบโต YoY ของกำไรในไตรมาสนี้ โดยมีแรงหนุนจากทั้งค่าการกลั่นพื้นฐาน (operating GRM) ที่แข็งแกร่งและการรับรู้กำไรจากสต๊อก (stock gain net of NRV) ในขณะที่ OKEA รายงานปริมาณขายที่อ่อนตัว QoQ
2) สำหรับรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว บริษัทรับรู้ผลขาดทุนจากเครื่องมือทางการเงิน (hedging loss) ก้อนใหญ่ตามแนวโน้มราคาน้ำมันดิบขาขึ้น ขณะที่ ยังมีรายการบันทึกด้อยค่าของสินทรัพย์ (loss on impairment of assets) จาก OKEA อยู่
3) สำหรับภาพรวมธุรกิจ 4Q26E เราเชื่อว่าบริษัทจะยังเห็นผลประกอบการที่สูงขึ้น YoY หนุนโดยแนวโน้มส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันและราคาน้ำมันดิบ (crack spread) ที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ดี ผลประกอบการมีแนวโน้มลดลง QoQ จากผลกระทบของต้นทุนขนส่ง (freight cost) ที่สูงขึ้นและการปรับลดราคาหน้าโรงกลั่น (ex-refinery price) ที่ยังคงมีอยู่ รวมถึง stock loss (net of NRV) ที่เป็นไปได้
คงประมาณการกำไรสุทธิปี 2026E/2027E ที่ 2.63/1.06 หมื่นล้านบาท เทียบกับ 2.9 พันล้านบาทในปี 2025 โดยมีสมมติฐานที่สำคัญ คือ 1) Operating GRM ที่ดีขึ้น 2) อัตราการใช้กำลังการกลั่น (crude run) ที่สูงขึ้น 3) ค่าการตลาดสุทธิ (net marketing margin) ที่เพิ่มขึ้น และ 4) กำไรของOKEA ที่ดีขึ้น
แม้เราเห็นถึง upside ที่เป็นไปได้ แต่เรายังคงราคาเป้าหมายเดิมปี 2027E ที่ 50.00 บาท อิงวิธี SOTP เราเชื่อว่าบริษัทอาจจะเห็นการบันทึก stock loss (net of NRV) ก้อนใหญ่ใน 4Q26E ตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลงหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐอเมริกา (US) ในเบื้องต้น เราจึงยังคงคำแนะนำ “ถือ” ไว้ก่อน ทั้งนี้ เราอาจทบทวนสมมติฐานของเราอีกครั้งหลังเข้าร่วมประชุมนักวิเคราะห์