เรามีมุมมองเป็นบวกต่อผลการดำเนินงาน 2Q26E ที่เราประเมินว่าจะมีกำไรปกติเติบโตโดดเด่นเป็น 360 ล้านบาท (+26% YoY, +35% QoQ) โดยเป็นผลจาก
1) เราประเมินรายได้เติบโตเป็น 6.9 พันล้านบาท (+8% YoY, +9% QoQ), GPM จะเพิ่มเป็น 14.4% (2Q25 = 14.0%, 1Q26 = 14.1%), SG&A/Sale จะดีขึ้นเป็น 7.6% (2Q25 = 8.2%, 1Q26 = 8.2%)
2) ธุรกิจที่เติบโตโดดเด่น ได้แก่ ขนส่ง, คลังสินค้าทั่วไป (GW) และคลังสินค้าอันตราย (DG) เนื่องจากได้อานิสงส์จากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ส่งผลให้มีปริมาณการให้บริการที่เพิ่มขึ้น รวมถึงสามารถขยายฐานลูกค้าใหม่ เช่นเดียวกับธุรกิจ Overseas ที่เติบโตได้ดีเหมือนกับในไทย ส่วนธุรกิจห้องเย็นยังมีทิศทางที่ดีขึ้นจาก occupancy rate ที่จะเพิ่มเป็น 80% (1Q26 อยู่ที่ 72.9%)
เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2026E ขึ้น 5% เป็น 1.2 พันล้านบาท (+10% YoY) จากกำไรปกติ 2Q26E ที่จะขยายตัวดีเกินคาด ทั้งนี้ กำไรปกติ 1H26E จะคิดเป็น 51% จากทั้งปี สำหรับแนวโน้ม 2H26E จะยังเติบโต YoY ตามกิจกรรมของธุรกิจโลจิสติกส์ที่ยังมีแนวโน้มสูง และการขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ รวมถึงแผนลดต้นทุนอย่างต่อเนื่องทั้ง SG&A และ financial cost จากแผนลดภาระหนี้
คงคำแนะนำ “ซื้อ” แต่ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 12.00 บาท (จากเดิม 10.50 บาท) อิง 2026E core PER ที่ 18 เท่า (-1.0SD below 5-yr average PER) เนื่องจากเรามีการปรับประมาณการกำไรและ re-rate PER ขึ้น จากแนวโน้มการเติบโตที่ดีกว่าเดิม โดยราคาหุ้นยังมีปัจจัยหนุนจากกำไร 2Q26E ที่จะเติบโตโดดเด่น และ 2H26E จะยังโต YoY ได้ต่อเนื่อง ด้าน valuation ปัจจุบันยังน่าสนใจเทรดที่ 2026E core PER 12.7 เท่า คิดเป็น -1.75SD และ PBV ต่ำเพียง 0.7 เท่า