เรามีมุมมองเป็นบวกจากกำไรสุทธิ 3Q26 ที่ 1.6 พันล้านบาท (-9% YoY, -13% QoQ) สูงกว่าที่ตลาดคาดราว 7% แต่ใกล้เคียงกับที่เราคาด แต่หากหักรายการพิเศษจากอัตราแลกเปลี่ยนและการขายโรงไฟฟ้า SYE กำไรปกติอยู่ที่ 1.3 พันล้านบาท (+27% YoY, -24% QoQ) โดยกำไรเติบโต YoY จากผลขาดทุนของ CFXD ที่ลดลงมาก เหลือขาดทุน 314 ล้านบาท จากเดิมขาดทุน 921 ล้านบาทใน 3Q25 ประกอบกับแรงหนุนจาก GHECO-1 ที่ได้ประโยชน์จากค่าความพร้อมจ่าย (AP) สูงขึ้นตามรอบซ่อมบำรุง รวมถึง Energy Margin และ Heat Rate ที่ดีขึ้น ขณะที่กำไรปกติลดลง QoQ จาก GPM ที่ชะลอตัวเป็น 12.9% จาก 15.8% ใน 2Q26 โดยโรงไฟฟ้า SPP ถูกกดดันจากต้นทุนก๊าซที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็น 402 บาท/mmBTU จากเดิม 363 บาท/mmBTU ประกอบกับ IU demand ที่ชะลอตัว (Power -1% QoQ, Steam -2% QoQ)
เราคงประมาณการกำไรปกติปี 2026E/27E ที่ 6.5/7.1 พันล้านบาท (-9%/+9% YoY) โดยกำไร 9M26 คิดเป็น 68% ของกำไรทั้งปี และสำหรับ 4Q26E เราประเมินว่ากำไรมีแนวโน้มขยายตัว YoY/QoQ จากธุรกิจ SPP ที่ปรับตัวดีขึ้นจากต้นทุนราคาก๊าซที่ทยอยผ่อนคลาย ตามทิศทางราคาพลังงานในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว
เราคงคำแนะนำ "ซื้อ" แต่ปรับเป้าขึ้นเป็นราคาเป้าหมายของปี 2027E ที่ 65.00 บาท อิง DCF (WACC 6.5%, TG 2.0%) จากเดิม 60.00 บาท ของปี 2026E โดยมองว่ามีแรงหนุนจาก GPM 4Q26E ที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น QoQ จากราคาก๊าซที่ปรับตัวลงเร็ว ขณะที่ค่า Ft ยังถูกตรึงไว้ในระดับเดิม และยังมี catalyst จาก PDP2026 และโอกาสจาก Data Center ในไทยและอินเดียที่จะเป็น growth driver สำคัญในระยะยาว