เรามีมุมมองเป็นกลางจากการประชุมนักวิเคราะห์ (21 พ.ค.) โดยมีประเด็นสำคัญ ดังนี้
1) SAV คาดจำนวนเที่ยวบิน 2Q26E จะทรงตัว YoY ได้ แม้หลายสายการบินทยอยยกเลิกเที่ยวบิน โดยได้แรงหนุนเที่ยวบิน Overflight จากเวียดนามที่เติบโตและกัมพูชามีการออกมาตรการ free visa แก่นักท่องเที่ยวจีนตั้งแต่ 15 มิ.ย.-15 ต.ค.26 แต่คาดลดลง QoQ หลังพ้นช่วง high season ส่วนจำนวนเที่ยวบิน 2H26E จะมีแนวโน้มเติบโต YoY ดีขึ้น โดยมีอานิสงส์จากการเปิดสนามบิน Long Thanh ของเวียดนาม โฮจิมินห์ อย่างเป็นทางการ ช่วยหนุนเที่ยวบิน Overflight เพิ่มขึ้น
2) จะเน้นควบคุมต้นทุนมากขึ้นใน 2Q26E และไม่มีค่าใช้จ่ายตั้งสำรองเหมือน 2Q25 ราว -6 ล้านบาท
3) คาด AOT จะประกาศผลประมูลโครงการ FOD มูลค่า 1.3 พันล้านบาทภายใน 2Q26E ส่วนโครงการจัดหาอุปกรณ์การบินของวิทยุการบินแห่งประเทศไทยจะล่าช้ากว่าเดิม โดยอยู่ระหว่างพิจารณาปรับมูลค่าสัญญาเพิ่มขึ้นจากต้นทุนอุปกรณ์ที่สูงขึ้น
เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2026E ที่ 546 ล้านบาท ทรงตัว YoY สำหรับ 2Q26E เราประเมินกำไรจะยังทรงตัว YoY ได้ แม้แนวโน้มจำนวนเที่ยวบินอาจอ่อนตัวลง แต่จะได้ผลบวกจากการลดค่าใช้จ่าย ส่วน 2H26E มีแนวโน้มกลับมาโต YoY ได้ ตามจำนวนเที่ยวบินที่จะฟื้นตัว และการลดต้นทุน
คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 14.50 บาท ยังอิง DCF (WACC = 9.5% TG = 2.5%) โดยราคาหุ้นได้ปรับตัวลงและ underperform SET -19% ใน 3 เดือน สะท้อนสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางมากแล้ว ขณะที่ยังมีลุ้น catalyst จาก 2 งานประมูล จาก AOT และวิทยุการบินแห่งประเทศไทย รวมถึงแผน M&A ซึ่งจะช่วยเพิ่ม upside ต่อกำไรตั้งแต่ช่วง 2H26E และปี 2027E ได้