TTB ประกาศกำไรสุทธิ 1Q26 อยู่ที่ 5.17 พันล้านบาท (+1% YoY, -1% QoQ) ใกล้เคียงกับที่ตลาดและเราคาด โดย
1) มีกำไรจาก FVTPL มากกว่าคาดอยู่ที่ 1 พันล้านบาท (เราคาด 400 ล้านบาท) เพราะมีเงินปันผลจาก VAYU และมีการ mark to market ของเงินลงทุน แต่มีสำรองฯมากกว่าคาดอยู่ที่ 4 พันล้านบาท (เราคาด 3.6 พันล้านบาท) เพราะการใส่ management overlay เพิ่มจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง
2) NIM ลดลงตามคาดมาอยู่ที่ 2.99% จากไตรมาสก่อนที่ 3.00% เพราะทิศทางดอกเบี้ยที่ลดลง ส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมตามคาดมาอยู่ที่ 2.9 พันล้านบาท (+22% YoY, -5% QoQ) จากกองทุนรวมที่ฟื้นตัวได้ดี แต่ Bancassurance ปรับตัวลดลงตามฤดูกาล
3) NPL อยู่ที่ 2.93% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ 2.87% จากฐานสินเชื่อที่ลดลง -2.3% YTD ขณะที่มูลค่า NPL ลดลง -0.6% QoQ โดยมีการ write-off NPL ออกไปอีก 3.7 พันล้านบาท จากไตรมาสก่อนที่ 4.2 พันล้านบาท และขาย NPL อีก 400 ล้านบาท จากไตรมาสก่อนที่ 200 ล้านบาท
คงประมาณการกำไรสุทธิปี 2026E อยู่ที่ 1.9 หมื่นล้านบาท ลดลง -6% YoY จาก NIM ที่ลดลง
คงคำแนะนำ “ถือ” TTB และราคาเป้าหมายที่ 2.40 บาท อิง PBV 2026E ที่ 1.00x (10-yr average PBV) โดยมี Dividend yield ที่ราว 6% ขณะที่มีความเสี่ยงจากกำไรปี 2027E ที่จะหดตัวลงแรงจาก Tax benefit ที่หมดไป