เราประเมินกำไร 3QFY26E จะชะลอตัวเป็น 3.0 พันล้านบาท (-22% YoY, -47% QoQ) ยังใกล้เคียงกับกรอบที่เราประเมินก่อนหน้า โดยปัจจัยหลักเป็นผลจากจำนวนผู้โดยสาร 3QFY26E ชะลอตัวเป็น 27.7 ล้านคน (-4% YoY, -25% QoQ) จากสงครามในตะวันออกกลางและราคาน้ำมันที่ปรบตัวสูงขึ้น ส่งผลให้สายการบินทั่วโลกยกเลิกเที่ยวบินบางส่วน โดยแบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 16.9 ล้านคน (-1% YoY, -25% QoQ) และผู้โดยสารในประเทศ 10.8 ล้านคน (-7% YoY, -25% QoQ)
เรายังคงประมาณการกำไร FY26E-FY27E ที่ 1.8 หมื่นล้านบาท ทรงตัว YoY และ 2.6 หมื่นล้านบาท (+42% YoY) โดยกำไร 9MFY26E จะคิดเป็น 74% ของกำไรทั้งปี FY26E สำหรับแนวโน้มกำไร 4QFY26E จะกลับมาเติบโตโดดเด่นทั้ง YoY, QoQ จากการปรับเพิ่ม PSC ผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศเป็น 1,120 บาท (เดิม 730 บาท) ตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย.26 ขณะที่ FY27E กลับมาเติบโตแข็งแกร่งทำสถิติสูงสุดใหม่จากจะรับรู้ผลบวกของ PSC อัตราใหม่เต็มปี
คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 70.00 บาท อิง DCF (WACC 7.0%, terminal growth 3.0%) โดยกำไร 3QFY26E ที่ชะลอตัว จะเป็นไปตามที่ตลาดประเมินไว้อยู่แล้ว ก่อนที่กำไร 4QFY26E และ FY27E จะกลับมาเติบโตโดดเด่นจาก PSC อัตราใหม่ ขณะที่ในอนาคตมีลุ้น upside หากมีการเริ่มเก็บ PSC สำหรับผู้โดยสาร transfer/transit และการปรับเพิ่มค่า Landing & Parking ส่วนความเสี่ยงยังต้องติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอน