เรามีมุมมองเป็นกลางจากการประชุมนักวิเคราะห์ (26 ส.ค.) โดยมีปัจจัยสำคัญดังนี้
1) สำหรับแนวโน้ม 2H26E XPCL จะเป็น key earnings driver จากการเดินเครื่องเต็มกำลังและต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ขณะที่ NN2 คาดลดลง YoY แต่ยังอยู่ในระดับปกติ และ BIC คาดฟื้นตัว HoH
2) ต้นทุนก๊าซธรรมชาติยังเป็น key risk ใน 2H26E ขณะที่คาดเห็นผลกระทบจาก El Niño ตอนต้น-กลาง 4Q26E อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำและ inflow ปัจจุบันยังบริหารจัดการได้ และน้ำจากจีนช่วยลดความกังวลต่อผลกระทบใน 4Q26E
3) PDP2026 ยังมีโอกาสต้องนำเข้าไฟฟ้าจากข้อจำกัดด้านพื้นที่และการยอมรับของชุมชนสำหรับ Renewable ในประเทศ ซึ่งเป็น potential สำหรับ CKP แต่ยังต้องรอความชัดเจนของ Thai-Lao MOU และ PDP2026
4) LPCL ก่อสร้างคืบหน้า 77% คาด COD ต้นปี 2030 และมี CAPEX เหลือ 7.6 พันล้านบาท โดย CKP มีแนวโน้มพัฒนาโครงการใหม่ร่วมกับพันธมิตรหลัง LPCL COD เพื่อจำกัดแรงกดดันด้านเงินทุน
เราคงประมาณการกำไรปกติปี 2026E/27E ที่ 1.8/1.9 พันล้านบาท (-23%/+3% YoY) โดยคาด 3Q26E เป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปี จากปัจจัยฤดูกาลและระดับน้ำที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี หนุนการดำเนินงานของ XPCL ขณะที่ NN2 คาดฟื้นตัวจำกัดจากระดับน้ำในอ่างที่ยังต่ำกว่าปีก่อน
เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 3.00 บาท อิง DCF (WACC 6.4%, terminal growth 1.5%) หรือเทียบเท่า 2026E PER ที่ 13.6x (-1SD below 5-yr average PER) หนุนโดยกำไรที่คาดฟื้นตัวเด่นใน 3Q26E จาก High season ของธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังน้ำและการดำเนินงานของ XPCL ที่แข็งแกร่ง ขณะที่ Valuation ยังอยู่ในระดับน่าสนใจ และราคาหุ้นได้สะท้อนความกังวลต่อ El Niño ไปมากแล้ว โดยในช่วงปี 2023-24 ซึ่งได้รับผลกระทบ El Niño ราคาหุ้นยังเคยซื้อขายในกรอบ 3.00-4.50 บาท