PTTGC ประกาศกำไรสุทธิใน 1Q26 ที่ 3.2 พันล้านบาท เทียบกับขาดทุน -2.6 พันล้านบาทใน 1Q25 และ -5.5 พันล้านบาทใน 4Q25 สูงกว่าตลาดคาด 22% โดยมี ตัวเลขดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้
1) บริษัทรายงาน Adjusted EBITDA (ไม่รวมรายการพิเศษ) ที่แข็งแกร่งที่ 1.48 หมื่นล้านบาท (+176% YoY, +250% QoQ) โดยสูงขึ้น YoY, QoQ หลักๆจากกำไรของธุรกิจโรงกลั่น, อะโรเมติกส์ (aromatics) และ Performance chemical (PC) ที่แข็งแกร่ง
2) บริษัทมีการตั้งสำรองด้อยค่าของสินทรัพย์ (loss on impairment of assets) และค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างธุรกิจรวมที่ประมาณ -6.6 พันล้านบาท ซึ่งถูกชดเชยบางส่วนโดยแผนการแปลงสินทรัพย์เป็นเงินสด (asset monetisation) ที่ประมาณ 3.3 พันล้านบาท
3) เราคาดว่าบริษัทจะได้ประโยชน์จากแนวโน้มส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี โดยเฉพาะสายโอเลฟินส์ (olefins spread) ที่สูงขึ้นใน 2Q26E ในขณะที่ ธุรกิจโรงกลั่นน่าจะเห็นค่าการกลั่นตลาด (market GRM) ที่สูงขึ้น
เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2026E/2027E ขึ้น 319%/379% เป็น 1.07/1.21 หมื่นล้านบาท เทียบกับ ขาดทุนสุทธิ -1.46 หมื่นล้านบาทในปี 2025 หลักๆเพื่อสะท้อน 1) Market GRM ที่ดีขึ้น 2) การรับรู้กำไรจากสต๊อก (stock gain net of NRV) ก้อนใหญ่ และ 3) Olefins spread ที่สูงขึ้น
เราปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น “ซื้อ” จากเดิม “ถือ” ที่ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 44.00 บาท (จากเดิม 25.00 บาท) อิง 2026E PBV ใหม่ที่ 0.66x (ประมาณ -0.5SD ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย PBV 5 ปีย้อนหลัง) โดยเรามองว่า PTTGC จะได้ประโยชน์จากภาวะอุปทานขัดข้อง (supply shortage) ของธุรกิจปิโตรเคมีและโรงกลั่นจากผลกระทบของสงครามระหว่างอิสราเอล/สหรัฐอเมริกา (US)-อิหร่าน