PRM รายงาน 4Q25 มีกำไรสุทธิ 423 ล้านบาท (-10% YoY, -25% QoQ) ใกล้เคียงกับ consensus คาด แต่ต่ำกว่าเราคาด 6% ส่วนกำไรปกติอยู่ที่ 454 ล้านบาท (+14% YoY, -21% QoQ) กำไรปกติดีขึ้น YoY จาก OSV ที่ดีขึ้นมาก แต่ลดลง QoQ จาก FSU และ COC ที่ชะลอชั่วคราว โดยมีปัจจัยดังนี้
1) ธุรกิจ OSV ดีขึ้นโดดเด่นสุด เนื่องจากมีเรือให้บริการเพิ่มขึ้นใน 4Q25 มีการรับ crew boat 2 ลำ และเรือ AWB มีการปรับค่าเช่าเรือเพิ่ม 1 ลำ, ธุรกิจ PCT ชะลอกว่าคาดเล็กน้อย โดยได้รับผลกระทบจากมรสุมและน้ำท่วมที่ภาคใต้ทำให้เรือต้องจอดเทียบท่าเรือนานขึ้น และปริมาณการใช้น้ำมันสำเร็จรูปน้อยลง ขณะที่ธุรกิจ FSU และ COC ปรับตัวลดลง แต่เป็นการชะลอตัวชั่วคราว โดย FSU ลูกค้ามีขอสลับเรือ และ COC มีเรือ VLCC เข้า dry dock จำนวน 1 ลำ ประมาณ 1 เดือน
2) มีบันทึกรายได้อื่นเพิ่ม 29 ล้านบาท จากการให้บริการลากเรือ AWB จากอู่เพื่อมาให้บริการลูกค้า
ยังคงประมาณการกำไรปกติปี 2026E ที่ 2.2 พันล้านบาท (+11% YoY) จะกลับมาดีขึ้น จากแผนขยายกองเรือ ซึ่งปัจจุบันมีแผนจะรับมอบในปี 2026E จำนวน 5 ลำ และขายเรือเก่า 3 ลำ, ธุรกิจ OSV จะยังดีขึ้นโดดเด่นสุด จากการรับรู้รายได้จากเรือใหม่เต็มปี, FSU จะดีขึ้นจากเรือ 5 ลำให้บริการเต็มที่ และมีค่าเช่าเรือสูงขึ้น และธุรกิจ COC มีจำนวนวันให้บริการเพิ่มขึ้น เนื่องจากไม่มีเรือเข้า dry dock
ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 8.20 บาท อิง 2026E core PER ที่ 9.3 เท่า (-0.5SD below 5-yr average PER) ทั้งนี้ PRM แจ้งอนุมัติจำหน่ายหุ้นซื้อคืนสำหรับโครงการซื้อหุ้นคืนจำนวน 172.89 ล้านหุ้น ระหว่างวันที่ 5-11 มี.ค.26 เป็นการประกาศตามกฎเกณฑ์ของ ตลท. หากไม่มีการจำหน่ายในช่วงเวลาดังกล่าวจึงจะลดทุน และตามแผนของ PRM จะนำมาลดทุน ซึ่งหากมีการลดทุนจะทำให้ EPS ปี 2026E ปรับตัวเพิ่มขึ้น และราคาเป้าหมายใหม่จะอยู่ที่ 8.80 บาท อิง 2026E core PER ที่ 9.3 เท่า ขณะที่ประกาศจ่ายเงินปันผลงวด 2H25E ที่ 0.25 บาทหุ้น คิดเป็น dividend yield ที่ 3.2%