เรามีมุมมองเป็นกลางต่อกำไรปกติ 2Q26E ที่คาดอยู่ที่ 1.3 พันล้านบาท (+16% YoY, -53% QoQ) โดยกำไรเติบโต YoY จากรายได้ที่คาดเพิ่มขึ้น +3% YoY เป็น 6.0 หมื่นล้านบาท จาก SSSG ที่ประเมินว่าจะเป็นบวกราว +1-2% YoY การเติบโตของทุกกลุ่มธุรกิจ นำโดย Food โดยเฉพาะธุรกิจ Wholesale ที่ยังขยายสาขาต่อเนื่อง ประกอบกับ SG&A/sales ที่จะหดตัว YoY เป็น 29.5% และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง -6% YoY จากภาระหนี้ที่ทยอยลดลง ขณะที่กำไรลดลง QoQ ตามปัจจัยฤดูกาล หลังผ่านช่วง High season ของธุรกิจค้าปลีกใน 1Q26
เราคงประมาณการกำไรปกติปี 2026E/27E ที่ 8.0/8.9 พันล้านบาท (-2%/+12% YoY) โดยกำไร 1H26E คิดเป็น 52% ของประมาณการทั้งปี ทั้งนี้ เราประเมินว่าผลประกอบการ 2Q26E จะเป็นระดับต่ำสุดของปี และคาดว่าจะทยอยฟื้นตัวใน 2H26E จากการเข้าสู่ช่วง High season ของธุรกิจค้าปลีก การขยายสาขา Wholesale อย่างต่อเนื่อง และการฟื้นตัวของอัตรากำไรในธุรกิจ Fashion จากการบริหารสินค้าคงคลังที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของกำลังซื้อยังเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป และการแข่งขันด้านราคาที่ยังอยู่ในระดับสูง ทำให้เรายังคงประมาณการกำไรเดิม
เราคงคำแนะนำ “ถือ” แต่ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 26.00 อิง PER ปี 2026E ที่ 20.0x (-0.9SD below 5-yr average) จากเดิม 21.50 บาท อิง PER ปี 2026E ที่ 16.0x (-1.1SD below 5-yr average) โดยเรา re-rate PER ขึ้นเพื่อสะท้อนความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นต่อแนวโน้มผลประกอบการ หลังคาดว่า 2Q26E จะเป็นจุดต่ำสุดของปี และผลประกอบการมีแนวโน้มทยอยฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น +46% และ outperform SET ราว +9% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา และสะท้อนปัจจัยบวกดังกล่าวไปมากแล้ว