เรามีมุมมองเป็นบวกต่อแนวโน้มกำไร 2H26E และปี 2027E โดยคาดกำไรฟื้นตัวต่อเนื่องหลังผ่านจุดต่ำสุดในปี 2025 โดยมีปัจจัยสำคัญ ดังนี้
1) SSSG 3Q26E QTD (ก.ค. – ส.ค. 26) ยังเป็นบวกราว +2% โดยมี Food และ Fashion เป็นตัวนำ โดย SSSG Total Food ยังเติบโตดีราว +5% ขณะที่ SSSG Total Fashion ยังเป็นบวกราว +2% ได้แรงหนุนจากแบรนด์ใหม่และ Beauty concept ช่วยชดเชย SSSG Total Hardline ที่ยังติดลบราว -3%
2) คาด GPM 2H26E ยังขยายตัว YoY แต่ชะลอลงจาก 1H26 โดยได้แรงหนุนจากการเพิ่มสัดส่วนสินค้า GPM สูงและ Private Brand ในกลุ่ม Fashion/Hardline ขณะที่ไม่มีแรงหนุนจากต้นทุนสินค้าราคาต่ำในช่วงสงครามเหมือน 1H26
3) Momentum บวกต่อเนื่องเข้า 2027E โดยคาด sales growth เร่งตัวจาก Central Phaholyothin และการเปิดห้างฯ ใหม่ ขณะที่ cost saving และ MaxValu ที่มีแนวโน้ม turnaround เป็น EBIT บวก จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของกำไรในปี 2027E
เราคงประมาณการกำไรปกติปี 2026E/27E ที่ 9.4/9.9 พันล้านบาท (+16%/+6%) สะท้อน GPM 1H26 ที่ขยายตัวดีกว่าคาดจากการบริหาร product mix และเพิ่มสัดส่วนสินค้ามาร์จิ้นสูง และคาด GPM จะยังทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่องใน 2H26E โดยขยายตัว YoY จาก product mix และการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะที่รายได้มีแนวโน้มกลับมาเร่งตัวในปี 2027E
เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 33.00 บาท อิง PER ปี 2026E ที่ 21.0x (-0.5SD below 5-yr average) โดยมองว่า earnings growth จะได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของยอดขายในปี 2027E และ operating leverage ขณะที่การปรับพอร์ตธุรกิจและ cost efficiency ช่วยยกระดับกำไร พร้อม upside จากการขยายสาขาใหม่และ MaxValu ที่คาด EBIT turnaround เป็นบวกในปี 2027E