PTTEP รายงานกำไรสุทธิ 3Q26 ที่ 1.47 หมื่นล้านบาท (+16% YoY, -46% QoQ) ต่ำกว่าที่เราและ consensus ประเมินที่ 1.93/1.92 หมื่นล้านบาท จากการรับรู้รายการด้อยค่าของสินทรัพย์ (loss on impairment of assets) อย่างไรก็ดี หากไม่รวมรายการที่ไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน กำไรปกติจะอยู่ที่ 2.43 หมื่นล้านบาท (+100% YoY, ทรงตัว QoQ) ดีกว่าเราและ consensus คาด 12%/13% ตามลำดับ จากต้นทุนต่อหน่วย (unit cost) ที่ต่ำกว่าคาด โดยมีรายละเอียดที่สำคัญ ดังนี้
1) บริษัทรายงานราคาขายเฉลี่ย (blended ASP) ที่ยังสูงขึ้น YoY หนุนโดยราคาขายเฉลี่ยน้ำมัน (liquid ASP) ที่แข็งแกร่ง และมี unit cost ที่ต่ำกว่าคาด อย่างไรก็ดี ปริมาณยอดขายเฉลี่ยลดลง QoQ ตามแผนปิดซ่อมบำรุงของโครงการในอ่าวไทย (GOT)
2) PTTEP บันทึก loss on impairment of assets ที่ 6.6 พันล้านบาทบนโครงการ Malaysia Block K ที่หยุดซ่อมบำรุงมาตั้งแต่ต้นปี 2026 และตอนนี้คาดว่าจะกลับมาผลิตได้ใน 1Q27E
3) ภาพรวม 4Q26E เราเชื่อว่า blended ASP จะยังสูงขึ้น YoY หนุนโดยความเสี่ยงปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical risk) ที่สูง ในขณะเดียวกัน การปรับราคาขายเฉลี่ยก๊าซธรรมชาติ (gas ASP) ของโครงการใหญ่ๆน่าจะหนุนการเติบโต QoQ ได้ นอกจากนี้ ปริมาณขายเฉลี่ยควรจะฟื้นตัว QoQ หลังหมดรอบการปิดซ่อมบำรุงโครงการใน GOT และรอบการโหลดน้ำมันของโครงการในแอฟริกาที่สูงขึ้น
คงประมาณการกำไรสุทธิปี 2026E/2027E ที่ 6.94/6.87 หมื่นล้านบาท เทียบกับ 6.03 หมื่นล้านบาทในปี 2025 โดยมีสมมติฐานที่สำคัญ คือ 1) ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยสูงขึ้น 2) Gas ASP ดีขึ้น และ 3) ปริมาณขายเฉลี่ยสูงขึ้น
คงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมายปี 2026E ที่ 180.00 บาท อิงวิธี DCF (WACC 6.7%, TG 0%) และราคาน้ำมันดิบระยะยาวเดิมที่ USD65.0/bbl ทั้งนี้ กำไร 9M26 คิดเป็น 78% ของประมาณการกำไรทั้งปีของเรา เราเชื่อว่ากำไรปกติของบริษัทจะยังคงแข็งแกร่งใน 4Q26E โดยมีปัจจัยหนุนจาก blended ASP ที่สูงและปริมาณขายรวมที่ฟื้นตัว