เรามองเป็นกลางจากการประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ เพราะเป้าหมายปี 2026E ยังอยู่ในกรอบที่เราประมาณการไว้ โดย
1) สินเชื่อจะอยู่ที่ 0-2% YoY (เราคาด 2% YoY) โดยจะเน้นสินเชื่อรายย่อยอย่าง Cash your car, Cash your book และสินเชื่อ SME ส่วน NIM จะอยู่ที่ 3.0-3.1% (เราคาด 3.00%) ด้าน NPL จะไม่เกิน 3.2% (เราคาด 3.00%) ส่วน credit cost อยู่ที่ 130-135bps (เราคาด 135bps) จากปี 2025 ที่ 136bps ซึ่งยังอยู่สูงเพราะเผื่อในโครงการคุณสู้เราช่วยและจะเน้นสินเชื่อผลตอบแทนสูงเพิ่มขึ้น
2) Tax benefit มีเหลือ 5.7 พันล้านบาท น่าจะใช้หมดในช่วง 1H27E โดยหลังจากหมด Tax benefit แล้วจะเน้น High loan yield และจะพยายามลดค่าใช้จ่ายและสำรองฯลง
3) ยังคงจ่าย Payout ที่ระดับสูงราว 60% (เราคาดปี 2025E ที่ 63% และปี 2026E ที่ 67%) และมีแผนซื้อหุ้นคืนต่อเนื่อง เพราะราคาหุ้นเทรด PBV ต่ำกว่า 1x
คงประมาณการกำไรสุทธิปี 2026E อยู่ที่ 1.9 หมื่นล้านบาท ลดลง -6% YoY จาก NIM ที่ลดลง
คงคำแนะนำ “ถือ” และราคาเป้าหมายที่ 2.00 บาท อิง PBV 2026E ที่ 0.78x (-0.50SD below 10-yr average PBV) โดยมี Dividend yield ที่ราว 6.6% อย่างไรก็ดี เราชอบ KKP มากกว่า แม้ว่า Valuation จะซื้อขายที่ใกล้เคียงกันที่ 0.8x แต่ KKP มี ROE ที่ 9.3% สูงกว่า TTB ที่ 7.8%