เราประเมินกำไรสุทธิ 1Q26E ที่ 852 ล้านบาท (+5% YoY, -43% QoQ) แต่หากไม่รวมกำไรพิเศษจากการขายที่ดิน (หลังหักภาษี) จะมีกำไรปกติ 740 ล้านบาท (+18% YoY, -45% QoQ) โดยมีปัจจัยดังนี้
1) กำไรปกติดีขึ้น YoY เป็นผลจากส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมทุนจะดีขึ้นเป็น 275 ล้านบาท (+117% YoY, +48% QoQ) เนื่องจากมีโครงการ JV โอนได้มากขึ้น รวมถึง SG&A จะลดลงเป็น 1.3 พันล้านบาท (-17% YoY, -42% QoQ) จากการควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น
2) กำไรปกติลดลง QoQ มากจากฐานสูง เนื่องจาก 4Q25 มีคอนโดใหม่โอนเพิ่มขึ้นมาก และเร่งโอนก่อนสิ้นปี โดยเราประเมินรายได้จากการขายอสังหาฯ ที่ 5.3 พันล้านบาท (-5% YoY, -43% QoQ)
เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2026E ลง 5% เป็น 4.2 พันล้านบาท (+3% YoY) เพื่อสะท้อนปัจจัยเสี่ยงจากสงครามที่กระทบกำลังซื้อ และต้นทุนค่าก่อสร้าง อย่างไรก็ตาม กำไรจะยังเติบโตได้จากคอนโดใหม่ที่จะโอนมากขึ้นในปี 2026E เพิ่มเป็น 19 โครงการ (รวมคอนโดใหม่ ready to move ที่จะเปิดตัวอีก 6 โครงการ) จากปี 2025 ที่มีคอนโดใหม่ 12 โครงการ ทั้งนี้ กำไรปกติ 1Q26E จะคิดเป็น 18% จากทั้งปี ซึ่งเรายังประเมิน 1Q26E จะเป็นระดับต่ำสุด และจะทยอยดีขึ้น โดยเฉพาะใน 2H26E ที่จะมีคอนโดใหม่โอนมากขึ้น และแนวราบที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดตัวโครงการใหม่
เรายังแนะนำ “ซื้อ” แต่ปรับราคาเป้าหมายลงเป็น 1.64 บาท (เดิม 1.74 บาท) อิง 2026E core PER ที่ 7.0 เท่า (-0.25SD below 5-yr avg. PER) เนื่องจากเรามีการปรับประมาณการกำไรลดลง ทั้งนี้ valuation ปัจจุบันน่าสนใจเทรดที่ 2026E core PER เพียง 5.8 เท่า (-1.0SD) รวมถึง dividend yield จะยังสูงราว 9% ต่อปี