OR รายงานกำไรสุทธิ 1Q26 ที่ 2.4 พันล้านบาท (-45% YoY, +16% QoQ) ต่ำกว่าเราและตลาดคาด 9.3%/8.8% ตามลำดับ โดยต่ำกว่าเราคาดจากผลขาดทุนจากเครื่องมือทางการเงิน (hedging loss) ที่สูงกว่าคาด ทั้งนี้ บริษัทมีผลการดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้
1) ธุรกิจ Mobility รายงานปริมาณขายน้ำมันในประเทศสูงขึ้น QoQ ใน 1Q26E หนุนโดยอุปสงค์การเติมน้ำมันก่อนมีการปรับขึ้นราคาขายปลีก ขณะที่ อัตรากำไรขั้นต้นต่อลิตร (GP/litre) อ่อนแอตามตามแนวโน้มค่าการตลาด (marketing margin) ที่ลดลง
2) ธุรกิจ Lifestyle รายงาน EBITDA margin ที่แข็งแกร่ง ขณะที่ ธุรกิจ Global รายงาน EBITDA ลดลงตามแนวโน้มปริมาณขายน้ำมันในต่างประเทศที่อ่อนแอ
3) เราคาดว่า GP/litre จะฟื้นตัว QoQ ใน 2Q26E ตามแนวโน้ม marketing margin ที่น่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในเดือน มี.ค.2026 อย่างไรก็ดี เรายังเห็นความเสี่ยงด้านนโยบาย (policy risk) ที่อาจจะเกิดจากความพยายามในการควบคุมราคาน้ำมันขายปลีกโดยภาครัฐอยู่
เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2026E/2027E ลง -17%/-10% เป็น 9.6/1.10 หมื่นล้านบาท เทียบกับ 1.13 หมื่นล้านบาทในปี 2025 โดยมีสมมติฐานที่สำคัญ คือ 1) GP/litre ที่ลดลงจากผลกระทบของสงครามระหว่างอิสราเอล/สหรัฐอเมริกา (US)-อิหร่าน และ 2) ปริมาณขายน้ำมันในประเทศและต่างประเทศปรับตัวลดลง
เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 15.00 บาท (เดิม 18.00 บาท) อิง 2026E PER ที่ 18.7x (ประมาณ -0.9SD ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย PER 5 ปีย้อนหลัง) ทั้งนี้ เราคาดว่า GP/litre จะฟื้นตัว QoQ ได้ตาม hedging loss ที่เป็นไปได้ที่ลดลง